บิงซู จากของหวานในวังหลวงสู่น้ำแข็งไสชื่อดัง

ถ้าย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อนหน้า กระแสน้ำแข็งไสจากเกาหลีใต้อย่าง “บิงซู” ก็ได้เข้ามามีอิทธิพลต่อของความคลายร้อนของไทยอยู่มากเหมือนกัน กลายเป็นว่าน้ำแข็งไสจ้ำบ๊ะ เป็นน้ำแข็งไสราคาไม่แพงที่ใคร ๆ ก็เข้าถึงได้ แต่บิงซูกลับเป็นน้ำแข็งไสหรู ๆ จากต่างประเทศไปเสียอย่างนั้น

ว่าด้วยความเป็นมาของบิงซู อันที่จริงก็นับว่าเป็นอะไรที่เก่าแก่หลายร้อยปีเหมือนกัน ซึ่งเป็นอาหารที่มีบันทึกเอาไว้ครั้งแรกในสมัยราชวงศ์โชซอนของเกาหลี แต่ทั้งนี้สันนิษฐานว่าคนเกาหลีรู้จักการเก็บน้ำแข็งเอาไว้เพื่อบริโภคมานานกว่านั้นอีก ดังที่ปรากฏหลักฐานเป็นห้องเก็บน้ำแข็ง “ซอกบิงโก” ที่มีอายุเก่าแก่ถึงสมัยอาณาจักรซิลลาเลยทีเดียว

บิงซูในยุคแรกเริ่ม มีลักษณะเป็นน้ำแข็งไสโรยหน้าด้วยผลไม้และถั่วแดง แน่นอนว่าการบริโภคน้ำแข็งไสนั้นมันดูเป็นอะไรที่ฟุ่มเฟือยอยู่เหมือนกัน ทำให้มันเป็นอาหารที่นิยมบริโภคกันเฉพาะในราชสำนัก โดยกรรมวิธีการเก็บน้ำแข็งจะทำได้เฉพาะฤดูหนาวซึ่งจะไปตัดน้ำแข็งจากแม่น้ำแล้วเอาไปเก็บไว้ที่ห้องซอกบิงโก อย่างไรก็ดี บิงซูได้เผยแพร่มาสู่คนทั่วไปนอกวังก็ในช่วงที่เริ่มมีการตั้งโรงงานผลิตน้ำแข็งเพื่อการค้าช่วงหลังราชวงศ์โชซอนนี่เอง

การเข้าปกครองเกาหลีของญี่ปุ่นในช่วงดังกล่าว ก็ได้ทำให้น้ำแข็งไสของญี่ปุ่นที่เรียกว่าคากิโกริได้เข้ามามีอิทธิพลด้วยเหมือนกัน ทำให้บิงซูมีการพัฒนาในเรื่องของหน้าตา มีการใช้น้ำเชื่อมและโรยหน้าด้วยเครื่องต่าง ๆ เพิ่มเติม แล้วพอเข้าสู่ช่วงหลังสงครามเกาหลี บิงซูก็รับเอาอิทธิพลจากตะวันตกเช่นนมข้นหวานและวิปครีมเข้ามาผสมจนกลายมาเป็นหน้าตาของบิงซูที่เราอาจจะพบเห็นได้มากในปัจจุบันด้วย

บิงซูได้เดินทางออกจากเกาหลี เข้าสู่สายตาของชาวโลกด้วยพลังการโปรโมตทางวัฒนธรรมของเกาหลี เกิดเป็นกระแสเคป็อปที่ทำให้บิงซูได้เดินทางไปยังถิ่นต่าง ๆ อีกทั้งยังเกิดการผสมผสานกับวัตถุดิบในท้องถิ่นจนเกิดเป็นบิงซูหน้าใหม่ ๆ ขึ้นมาด้วย จากโต๊ะเสวยในวัง สู่น้ำแข็งไสในร้านคาเฟ่และห้างสรรพสินค้า บิงซูนับว่าเป็นอีกหนึ่งอาหารที่พิสูจน์ให้เห็นถึงการเดินทางของพลังวัฒนธรรมที่เข้าไปอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดายด้วย

#จานโปรด#บิงซู#น้ำแข็งไส#เกาหลี#BBL#BangkokBank#ธนาคารกรุงเทพ