พอเข้าหน้าร้อนก็หวนให้นึกถึงของหวานเย็นชื่นใจสมัยเด็กไม่ได้ แน่นอนว่าหนึ่งในนั้นก็คือ น้ำแข็งไส หรือ จ้ำบ๊ะ เกล็ดน้ำแข็งราดน้ำหวานเฮลบลูบอยสีแดง มีไส้ขนมปังก้อน มะพร้าว ข้าวเหนียว ก็หวนให้นึกถึงวันวานสมัยเด็ก
.
น้ำแข็งไส หรือ จ้ำบ๊ะ ของหวานที่อยู่คู่กับคนไทยมายาวนานตั้งแต่ที่ไทยมีโรงงานน้ำแข็งแห่งแรก ในอดีตตั้งแต่ใช้มือบดไสน้ำแข็งกับแผ่นไม้และเปลี่ยนมาใช้เครื่องมือหมุน ในปัจจุบันน้ำแข็งไสก็ยังเป็นของหวานที่เห็นได้ตามร้านอาหารทั่วไป แต่เพิ่มเติมคือมีรสชาติและท็อปปิ้งหลากหลายกว่าเดิม เช่น รสชาไทย ชาเขียว โอริโอ
.
ด้วยเหตุนี้จึงทำให้สงสัยว่าจ้ำบ๊ะเกิดขึ้นมาตอนไหน แล้วทำไมถึงเรียกน้ำแข็งไสว่าจ้ำบ๊ะ?
.
เล่ากันว่า ต้นกำเนิดของจ้ำบ๊ะ มีที่มาจากเมืองเพชรบุรี และมีมาแล้วไม่น้อยกว่า 50 ปี ถูกคิดค้นโดยชาวจีนที่ต้องการนำของเหลือจากปาท่องโก๋ที่มักกินคู่กับกาแฟในยามเช้ามาทำให้เกิดประโยชน์ โดยนำปาท่องโก๋ไปทอด นำมาใส่น้ำแข็งราดน้ำหวานสีแดง และราดนมข้นหวาน และภายหลังจึงมีการแพร่กระจายไปจังหวัดอื่น ๆ มีการใส่ไส้เพิ่มเติมเป็นลูกชิด มะพร้าว ข้าวเหนียว ฟักทอง สับปะรด พร้อมกับเปลี่ยนปาท่องโก๋ให้เป็นขนมปัง ซึ่งชื่อจ้ำบ๊ะของที่เมืองเพชรนี้ก็ถึงขั้นว่าเอาไปจดลิขสิทธิ์กันเลยทีเดียว
.
การเรียกน้ำแข็งไสว่าจ้ำบ๊ะนั้นเกิดขึ้นตอนไหนยังไม่มีหลักฐานแน่ชัด ในข้อมูลจากงานวิจัยของรองศาสตราจารย์ ดร.รสสุคนธ์ มกรมณี และ อาจารย์ ดร.สมรวย อภิชาติบุตรพงศ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ก็ระบุว่ามันมีใช้ชื่อนี้มานานแล้ว ทว่าความเป็นมาของศัพท์ว่าจ้ำบ๊ะนี้ มันไม่มีที่มาที่ชัดเจนในชั้นต้น แต่ใด ๆ ก็ตามจากการศึกษาเพิ่มเติมของดร.รสสุคนธ์ระบุว่าคำนี้น่าจะเป็นคำแต้จิ๋ว และป.อินทรปาลิตเป็นคนแรกที่ริเริ่มใช้ในงานเขียน
อย่างไรก็ดี ความเชื่อมโยงของน้ำแข็งไสและระบำเปลื้องผ้านี้ก็ยังคงเป็นเรื่องสันนิษฐานกันซะส่วนใหญ่ บ้างก็โยงกันว่าชื่อจ้ำบ๊ะเพราะใส่นมส่ายไปมา บ้างก็ว่ามันพูนเหมือนหน้าอก อะไรแบบนั้น ซึ่งคำว่าจ้ำบ๊ะนี้ เป็นคำที่นำมาใช้ประกอบกับการแทงประมาณว่าไม่ยั้งมือ อาจจะเกี่ยวข้องกับน้ำแข็งไสว่าไสไม่ยั้งมือหรือใส่นมไม่ยั้งมือก็ฟังดูเข้าท่าดีเหมือนกัน
#จานโปรด#น้ำแข็งไส#จ้ำบ๊ะ#ปาท่องโก๋#เพชรบุรี#bbl#bangkokbank#ธนาคารกรุงเทพ

