ชื่อของ “วิเศษนิยม” ผู้ที่มีวัยวุฒิหลายท่านอาจจะรู้จักกันเป็นอย่างดีในฐานะของยาสีฟันสมุนไพรแบบผง แต่สำหรับผู้เขียนแล้ว ได้รู้จักกับชื่อวิเศษนิยมเป็นครั้งแรกผ่านสถานีกาชาดในละแวกบ้านย่านภาษีเจริญ ซึ่งก็นึกสงสัยมานานว่าชื่อนี้มาจากไหน จนกระทั่งได้รับรู้ถึงเรื่องราวของวิเศษนิยมขึ้นมา
วิเศษนิยมนับว่าเป็นแบรนด์ยาสีฟันสมุนไพรแบบไทย ๆ ที่คนไทยผลิตออกมาจำหน่ายในระดับอุตสาหกรรมที่มีคนอุดหนุนมากมาย และยังคงมีขายยาวนานมาจนถึงปัจจุบัน แต่ใครจะรู้เลยว่าต้นกำเนิดของยาสีฟันยี่ห้อนี้ จะเกิดขึ้นมาได้เพราะภรรยาของข้าราชการครูผู้หนึ่ง อย่างนาง “ผิน นิยมเหตุ” หรือที่รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่า “ผิน แจ่มวิชาสอน”
.
๏ เด็กหญิงผิน
นางแจ่มวิชาสอน (ผิน นิยมเหตุ) หรือ ผิน แจ่มวิชาสอน เกิดที่เรือนแพหน้าวัดสุวรรณ ในอำเภอคลองสาน จังหวัดธนบุรี โดยเป็นบุตรีของอำมาตย์โท หลวงพินิจโภคากร (เง็ก นิงสานนท์) กับนางพุก
ครั้นพอเด็กหญิงผินอายุได้เพียง 3 ขวบ นางพุกผู้เป็นมารดาก็ถึงแก่กรรมลง เด็กหญิงผินจึงเติบโตขึ้นมาท่ามกลางการเลี้ยงดูของแม่นม เด็กหญิงผินเป็นคนที่ไม่ค่อยชื่นชอบที่จะอยู่นิ่ง ๆ เฉย ๆ มักจะแสวงหาสิ่งต่าง ๆ ทำไม่ให้ตนว่าง ทำให้ได้เรียนรู้การจัดดอกไม้ หมากพลู และสำรับกับข้าวเป็นตั้งแต่เด็ก ตลอดจนทำนู้นทำนี่ขายหารายได้เสริม เป็นคนขยันที่ไม่ยอมทำตัวให้ว่างเลยแม้แต่น้อย
ความไม่ชอบอยู่นิ่งของเด็กหญิงผินได้สอนให้เด็กหญิงผินเรียนรู้จักการทำมาค้าขาย ตลอดการจัดการงานบ้านงานเรือนมาตั้งแต่เล็ก อีกทั้งยังเป็นคนใฝ่เรียนรู้ เริ่มหัดอ่านหนังสือจนสามารถอ่านออกเขียนได้ทั้ง ๆ ที่ในสมัยนั้นก็ไม่ได้มีการส่งเสริมให้ผู้หญิงเรียนหนังสือมากนัก ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นคุณสมบัติสำคัญที่จะคอยหนุนนำเธอในอนาคต
.
๏ หลวงแจ่มวิชาสอน
เมื่อเด็กหญิงผินเติบโตขึ้นมาเป็นนางสาวผินเมื่ออายุได้ 18 ปี คุณป้าที่เคยเลี้ยงดูนางสาวผินช่วงหนึ่งก็ได้จัดการชักพาให้นางสาวผินได้รู้จักกับนายแจ่ม นิยมเหตุ บุตรชายขุนประเวศวารี ที่ในขณะนั้นได้ทำงานรับราชการเป็นครูอยู่ที่โรงเรียนวัดนวลนรดิศ นางสาวผินกับนายแจ่มก็ได้สมรสกัน และย้ายมาอาศัยอยู่ด้วยกันที่บ้านย่านคลองบางกอกใหญ่
ชีวิตคู่ของนางผินกับนายแจ่มก็ดำเนินไปอย่างราบรื่นและเป็นสุข ด้วยการรู้จักทำงานบ้านงานเรือนมาตั้งแต่น้อย ทำให้นางผินรู้จักดูแลและทำหน้าที่แม่บ้านได้อย่างง่ายดายไม่ขาดตกบกพร่อง ครั้นเมื่อนายแจ่มได้รับบรรดาศักดิ์ขึ้นเป็นขุนแจ่มวิชาสอนและหลวงแจ่มวิชาสอนตามลำดับ ก็พอได้โยกย้ายไปสอนที่โรงเรียนอื่น ๆ ซึ่งนางผินก็คอยติดตามอยู่ไม่ห่าง ครั้นเมื่อหลวงแจ่มวิชาสอนไปรับราชการเป็นผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่อยู่ที่โรงเรียนบ้านสมเด็จเจ้าพระยา นางผินก็ได้เข้าไปช่วยงานในโรงเรียนคอยทำอาหารกลางวันและดูแลนักเรียนดุจลูกหลาน ตลอดจนทำหน้าที่พยาบาลนักเรียนยามเจ็บไข้ได้ป่วยด้วย
ช่วงเวลาที่หลวงแจ่มวิชาสอนรับราชการอยู่ที่โรงเรียนแห่งนี้นี่เองที่เป็นจุดเริ่มต้นของ “วิเศษนิยม”
.
๏ “วิเศษนิยม” ยาสีฟันที่เกิดจากความรัก
ครั้งหนึ่ง หลวงแจ่มวิชาสอนได้ป่วยเป็นโรคลักปิดลักเปิด ที่มีเลือดออกตามไรฟันและเหงือกบวม นางผินก็ได้สรรหาคุณหมอต่าง ๆ มารักษาอยู่หลายคนก็ไม่ดีขึ้น กระทั่งโชคดีได้จมื่นสิทธิ์แสนยารักษ์ ผู้เป็นหมอแผนโบราณมารักษาจนอาการต่าง ๆ ทุเลาและหายเป็นปกติ ซึ่งท่านจมื่นฯ ก็รู้สึกเอ็นดูและซาบซึ้งในความรักของนางผินที่ไปตระเวนหาหมอไปทั่วเพื่อมารักษาสามี จึงได้มอบตำรายาที่พอจะเป็นประโยชน์ให้ หนึ่งในนั้นก็คือตำรายาสีฟัน ที่เป็นสูตรต้นกำเนิดของยาสีฟันวิเศษนิยม
เดิมที วิเศษนิยม ไม่ได้ตั้งใจที่จะทำเป็นธุรกิจ แต่ทำแจกจ่ายให้นักเรียนและผู้ปกครองใช้ก่อน ซึ่งสรรพคุณของยาสีฟันที่นางผินทำมาก็ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากเหล่าผู้ปกครอง และร้องขอให้นางผินปรุงขาย แต่ด้วยความที่ในโรงเรียนขายของไม่ได้ จึงต้องไปร้องขอกับอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนก่อน ซึ่งก็ได้รับอนุญาตจึงเกิดเป็นธุรกิจยาสีฟันเล็ก ๆ ในโรงเรียน
ธุรกิจของวิเศษนิยม เริ่มขยายใหญ่ขึ้น มีการตั้งโรงงานทำภายในครอบครัวที่บ้านข้างวัดสังข์กระจาย กิจการรุ่งเรืองและได้ย้ายมาตั้งโรงงานอย่างเป็นทางการที่อำเภอพระโขนงในเวลาต่อมา ก่อนที่จะส่งต่อกิจการให้แก่ลูก ๆ ได้สานต่อ และเกิดเป็นแบรนด์ยาสีฟันของลูก ๆ อย่างเช่น ยาสีฟันทิพย์นิยม เป็นต้น
.
๏ สิ่งที่หลงเหลือของชื่อ “แจ่มวิชาสอน”
นางผิน แจ่มวิชาสอน ถึงแก่กรรมในปี 2512 ด้วยอาการป่วยที่มีมานานเกือบ 1 ปีเต็ม สิริอายุรวม 77 ปี
สิ่งที่นางผินหลงเหลือเอาไว้ในโลก ไม่ได้มีเพียงแค่ยาสีฟันวิเศษนิยมเท่านั้น ตั้งแต่เด็ก ท่านเป็นผู้ที่ใจบุญสุนทาน รู้จักทำบุญและละเว้นจากการทำผิดศีล ซึ่งท่านเล็งเห็นประโยชน์ของการทำนุบำรุงศาสนา ตลอดจนการส่งเสริมการศึกษาของชาติเป็นสิ่งสำคัญ
เมื่อประกอบธุรกิจจนมั่งคั่งแล้วก็ได้ทำบุญบริจาค ที่ดินเดิมที่วัดสังข์กระจายก็บริจาคให้วัด และจัดตั้งเป็นโรงเรียนแจ่มวิชาสอน หรือโรงเรียนวัดสังข์กระจายในปัจจุบัน ไปจนถึงการบริจาคที่ดินเพื่อการสาธารณสุขในการจัดสร้างสถานีกาชาดที่ 11 วิเศษนิยมขึ้นมาด้วย ซึ่งมรดกถาวรวัตถุต่าง ๆ ตลอดจนชื่อของท่านก็ยังคงปรากฏให้เห็นอยู่ตามสถานที่ต่าง ๆ เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

