ครั้งก่อนนู่นเราเคยได้มีโอกาสนำเสนอเกี่ยวกับปราสาทตาเมือนธมโดยตีความถึงก้อนหินธรรมชาติในห้องครรภคฤหะที่มีโคนนทินอนอยู่ข้างหน้าห้องว่าเป็นตัวแทนถึงสยัมภูวลึงค์ หรือศิวลึงค์ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติที่ถือกันว่าเป็นศิวลึงค์ที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในบรรดาศิวลึงค์ประเภทต่าง ๆ อย่างไรก็ดี การตีความว่าก้อนหินนี้คือสยัมภูวลึงค์ก็เป็นแนวคิดการตีความของนักวิชาการกลุ่ม แต่ในขณะเดียวกันก็มีนักวิชาการอีกกลุ่มหนึ่งที่ตีความก้อนหินนี้ต่างออกไป โดยเขาตีความกันว่าก้อนหินนี้แท้จริงแล้วคือ “ศิวบาท” ต่างหาก
ศิวบาทคืออะไร? เชื่อว่าคนไทยพุทธในปัจจุบันน่าจะรู้จักกับสิ่งที่เรียกกันว่า “พระพุทธบาท” ศิวบาทเองก็เป็นอะไรที่คล้ายกันกับพระพุทธบาท โดยเป็นรูปจำลองตัวแทนของพระศิวะที่มาประทับรอยพระบาทเอาไว้ เป็นคติบูชาเนื่องในศาสนาฮินดูซึ่งกว้างขวางในไศวนิกายของอาณาจักรพระนคร โดยเป็นคติที่มีมาตั้งแต่ในอนุทวีปอินเดียดังที่มีเนื้อหาในสกันทปุราณะ
สำหรับก้อนหินที่ปราสาทตาเมือนธมนี้ หากดูเพียงแค่รูปร่างหน้าตาก็อาจจะตีความว่าเป็นสยัมภูวลึงค์ แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้มีการปรากฏหลักฐานใด ๆ กล่าวถึง อีกทั้งในจารึกปราสาทตาเมือนธมก็ไม่ได้มีการระบุถึงสยัมภูวลึงค์แต่อย่างใด หากแต่มีการระบุถึง “กัมรเตงชคัตศิวบาทปัศจิม” หรือศิวบาทเบื้องตะวันตกแทน แต่ทั้งนี้ตัวก้อนหินก็ไม่ได้หลงเหลือรูปลักษณ์หรือหลักฐานใด ๆ ว่าเป็นศิวบาท จึงเกิดข้อสันนิษฐานกันว่าถ้าเป็นศิวบาทจริงล่ะก็ แสดงว่าหินที่เห็นอยู่นี้คงจะเป็นฐานของศิวบาทไม่ใช่ตัวศิวบาท ซึ่งตัวศิวบาทเองนั้นอาจจะถูกทำลายหรือหายสาบสูญไปก็เป็นได้
คติศิวบาทนี้ยังคงปรากฏให้เห็นมากมายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพะกับพื้นที่ที่เป็นรอดีตดินแดนของอาณาจักรพระนคร โดยในกัมพูชาปรากฏศิวบาทอยู่หลายแห่ง ที่สมบูรณ์ที่สุดก็คือศิวบาทสตึงเตรง ซึ่งเป็นศิวบาทที่เป็นรูปรอยเท้าทั้งสองข้างอีกทั้งยังเก่าแก่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย
ตาเมือนธมนับว่าเป็นอีกหนึ่งร่องรอยของคติความเชื่อในไศวนิกายของอาณาจักรพระนครที่เคยยิ่งใหญ่และครอบคลุมพื้นที่หลายประเทศในภาคพื้นทวีปของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้ตัวปราสาทแห่งนี้เป็นอีกหนึ่งปราสาทที่ทรงคุณค่าทั้งในด้านสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์ที่มีแต่การศึกษาเกี่ยวกับคติความเชื่อของผู้คนในอดีต
#ที่โปรดepisodeเที่ยวกัน#ตาเมือนธม#สุรินทร์#ประวัติศาสตร์#ศาสนาฮินดู#BBL#BangkokBank#ธนาคารกรุงเทพ

