“ผีขนน้ำ บ้านนาซ่าว” เมื่อผีออกมาเต้นขอฝน

.

ลองจินตนาการถึงขบวนผู้คนที่แต่งกายเป็น “ผีขนน้ำ” สวมหน้ากากผีตาโต จมูกใหญ่ ฟันโต มีเขาและผมยาวพลิ้วไหว ออกมาเต้นรำไปตามเสียงกลองยาว เสียงพิณ เสียงแคน และเสียง “โปง” ที่ดังเป็นจังหวะ ท่ามกลางเสียงหัวเราะของผู้คน

.

นี่คือภาพของ “ผีขนน้ำ บ้านนาซ่าว” ประเพณีพื้นบ้านสำคัญของตำบลนาซ่าว อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ที่ไม่ได้มีเพียงความสนุกสนาน แต่ยังสะท้อนความเชื่อ ศรัทธา และโลกทัศน์ของชุมชนที่สืบทอดต่อกันมาจากบรรพบุรุษ

.

ชาวบ้านนาซ่าว เดิมเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ไทยพวนที่อพยพมาจากฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง เพื่อแสวงหาพื้นที่ทำกินและตั้งถิ่นฐาน จนมาพบพื้นที่อุดมสมบูรณ์บริเวณ “นาซำหว้า” ก่อนขยายชุมชนมายังบริเวณบ้านสองโนน ซึ่งกลายเป็นหมู่บ้านนาซ่าวในเวลาต่อมา

.

ในอดีต ชาวบ้านให้ความเคารพต่อผีบรรพบุรุษหรือ “ผีปู่ผีย่า” และมีพิธีสำคัญที่เรียกว่า “เลี้ยงบ้าน” เพื่อแสดงความกตัญญูและขอให้ผีบรรพบุรุษช่วยปกปักรักษาชุมชน ให้อยู่เย็นเป็นสุขและทำมาหากินได้อย่างอุดมสมบูรณ์

.

พิธีนี้มี “จ้ำ” ทำหน้าที่เป็นผู้สื่อสารระหว่างชาวบ้านกับ “นางเทียม” ซึ่งเป็นร่างทรงของเจ้าปู่ โดยมีเจ้าปู่สำคัญ เช่น เจ้าปู่ใหญ่ เจ้าปู่จิรมาณพ และเจ้าปู่ผ่านพิภพ เมื่อเสร็จพิธีบวงสรวงก็จะมีการร้องรำทำเพลงร่วมกันอย่างสนุกสนาน

ความเชื่อดังกล่าวจึงเชื่อมโยงเข้ากับการเล่น “ผีขนน้ำ” ซึ่งชาวบ้านถือว่าเป็นบริวารของเจ้าปู่ และเป็นส่วนสำคัญของงานบุญเดือนหกที่ต้องจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี

.

หัวใจสำคัญของการเล่นอยู่ที่ “หน้ากากผีขนน้ำ” ซึ่งผู้เล่นส่วนใหญ่เป็นชายหนุ่มและเด็ก ๆ ในชุมชน หน้ากากทำจากไม้เนื้ออ่อน เช่น ไม้นุ่นหรือไม้ตีนเป็ด แกะสลักเป็นใบหน้าผีที่มีดวงตาโต จมูกใหญ่ ฟันใหญ่ และใบหูรูปสามเหลี่ยม ก่อนตกแต่งด้วยสีสันต่าง ๆ

.

ส่วนผมทำจากกาบต้นกล้วยที่นำไปตากแห้งแล้วถักเป็นเปียยาว บางคนทำเขาจากกิ่งไผ่ ประดับด้วยกระดาษแก้วหลากสี ขณะที่เสื้อผีขนน้ำอาจทำจากผ้าเก่าหรือที่นอนเก่าที่นำกลับด้านมาใช้ เมื่อเต้นรำ นุ่นที่ติดอยู่กับผ้าจะฟุ้งกระจาย กลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของการละเล่น

ด้านหลังยังมีอุปกรณ์สำหรับสร้างจังหวะอย่าง “โปง” “กะลอ” หรือ “เคาะ” ส่วนผู้ร่วมขบวนจะช่วยกันบรรเลงกลองยาว พิณ ซึง แคน ฉิ่ง และฉาบ ทำให้ขบวนผีขนน้ำเต็มไปด้วยเสียงดนตรีและความคึกคัก

.

ก่อนถึงวันงาน ผู้เล่นจะเข้าพิธี “ครอบเจ้าปู่” หรือพิธีถวายตัว ที่ศาลเจ้าปู่บ้านนาซ่าว เพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้นประมาณ 3 วันก่อนงาน ผีขนน้ำจะเริ่มออกเดินเล่นตามคุ้มต่าง ๆ หยอกล้อเด็ก ๆ และสาว ๆ เพื่อบอกให้ชาวบ้านรู้ว่าใกล้ถึงเทศกาลบุญเดือนหกแล้ว

เมื่อถึงวันงาน ขบวนผีขนน้ำจะรวมตัวกัน ก่อนแห่เข้าสู่วัดโพธิ์ศรี โดยมีนางเทียม จ้ำ นางแต่ง และร่างทรงต่าง ๆ นำขบวน ตามด้วยผีขนน้ำ ขบวนเซิ้ง และขบวนบั้งไฟ ท่าทางการเต้นไม่มีแบบแผนตายตัว ผู้เล่นจะใช้จินตนาการทำท่าทางให้ดูคล้ายผีและสร้างความสนุกให้กับผู้ชม จึงเกิดลีลาที่แตกต่างกันไปในแต่ละคน

.

อีกหนึ่งความเชื่อสำคัญคือ ผีขนน้ำเกี่ยวข้องกับการขอฝน ชาวบ้านเชื่อว่าหากปีใดมีผีขนน้ำออกมาเล่นเป็นจำนวนมาก ปีนั้นฝนอาจตกต้องตามฤดูกาล จึงมีการนำบั้งไฟน้อยไปจุดบูชาศาลเจ้าปู่และพญาแถน เพื่อขอฝนให้เหมาะสมกับการทำเกษตรกรรม

.

งานบุญประจำปีของบ้านนาซ่าวจัดขึ้น 3 วัน ได้แก่ วันโฮม วันงาน และวันสุดท้าย โดยมีทั้งพิธีกรรมทางความเชื่อ การแห่ดอกไม้ การเบิกพระอุปคุต ตักบาตรสวรรค์ แห่กัณฑ์หลอน และการละเล่นต่าง ๆ

.

ในช่วงกลางคืนยังมีมหรสพ เช่น หมอลำ ภาพยนตร์ และดนตรี ขณะที่กลางวันทั่วทั้งหมู่บ้านเต็มไปด้วยขบวนผีขนน้ำที่เดินแห่และร้องรำทำเพลง

ผีขนน้ำแต่ละกลุ่มยังออก “แผ่ปัจจัย” ไปตามคุ้มต่าง ๆ โดยมีหัวหน้าผีขนร้องนำและสมาชิกขับร้องตาม เช่น การขอเหล้าหรือกล้วยจากเจ้าบ้าน ประกอบเสียงกลอง ฉิ่ง และฉาบ กลายเป็นทั้งความสนุกและภาพสะท้อนความสามัคคีของคนในชุมชน

.

แม้ในอดีตประเพณีผีขนน้ำจะไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร แต่ชาวบ้านนาซ่าวยังคงรักษาการละเล่นนี้ไว้ จนได้รับการสนับสนุนให้ฟื้นฟูและเผยแพร่อย่างจริงจังตั้งแต่ พ.ศ. 2534 เป็นต้นมา

.

สิ่งที่ทำให้ ผีขนน้ำบ้านนาซ่าว ยังคงน่าสนใจ คือการที่ชุมชนพยายามรักษาทั้งหน้ากาก เครื่องแต่งกาย พิธีกรรม ความเชื่อ และรูปแบบการละเล่นดั้งเดิมเอาไว้ ไม่ใช่เพียงการแสดงเพื่อความบันเทิง แต่เป็นพื้นที่ที่ผู้คนได้กลับมาพบกันและร่วมกันสืบทอดเรื่องราวของบรรพบุรุษ

เรียบเรียงโดย เพจสุดโปรด by Bangkok Bank