“ตานก๋วยสลาก” บุญใหญ่ล้านนา ส่งบุญถึงผู้ล่วงลับ

.

เมื่อถึงช่วงปลายฤดูฝนของทุกปี ในหลายชุมชนภาคเหนือจะคึกคักเป็นพิเศษ เพราะเป็นช่วงเวลาของ “ตานก๋วยสลาก” หรือที่ชาวล้านนาเรียกกันว่า “กิ๋นก๋วยสลาก” และ “กิ๋นข้าวสลาก” ประเพณีทำบุญเก่าแก่ที่ไม่ได้มีเพียงการถวายของให้พระ แต่ยังเป็นช่วงเวลาที่ลูกหลานได้รำลึกถึงบรรพบุรุษ ผู้ล่วงลับ และรวมญาติกลับมาทำบุญร่วมกัน

.

เสน่ห์ของงานอยู่ที่ “ก๋วยสลาก” ภาชนะสานจากไม้ไผ่ที่บรรจุทั้งข้าวสาร อาหารแห้ง พริก หอม กระเทียม ผลไม้ ขนม ของใช้จำเป็น ไปจนถึงเงินตามกำลังศรัทธา บางบ้านจัดอย่างยิ่งใหญ่เป็น “สลากโชค” ประดับสิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ จนกลายเป็นงานศิลป์พื้นบ้านที่ทั้งสวยงาม แต่สิ่งที่ทำให้ประเพณีนี้แตกต่างจากการถวายทานทั่วไป คือ เจ้าของก๋วยไม่ได้เลือกว่าจะถวายพระรูปใด

.

แล้ว “สลาก” คืออะไร?

ก่อนถึงวันทำบุญ 1 วัน ชาวบ้านจะมี “วันดา” หรือวันเตรียมงาน ผู้ชายช่วยกันจักตอกสานก๋วย ส่วนผู้หญิงและสมาชิกในครอบครัวช่วยกันจัดของใส่ก๋วย บางชุมชนยังมีญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านมาร่วม “ฮอมครัว” หรือร่วมจัดเตรียมเครื่องไทยทานด้วย

.

จากนั้นเจ้าของก๋วยจะเขียนชื่อของตนเอง พร้อมข้อความอุทิศส่วนกุศลลงบนกระดาษหรือใบลานที่เรียกว่า “เส้นสลาก” อาจระบุชื่อบิดามารดา ญาติผู้ล่วงลับ เจ้ากรรมนายเวร หรือแม้แต่เขียนอุทิศบุญไว้สำหรับตนเองในภายภาคหน้า

.

เมื่อถึงวันงาน เส้นสลากทั้งหมดจะถูกรวบรวมไว้หน้าพระประธาน ก่อนแบ่งให้พระภิกษุและสามเณรที่มาร่วมพิธีโดยไม่เจาะจงรูป

จากนั้นความสนุกจึงเริ่มขึ้นพระแต่ละรูปจะนำเส้นสลากไปอ่านออกเสียง เรียกหาเจ้าของก๋วยที่อยู่ตามลานวัด เมื่อเจ้าของได้ยินชื่อของตัวเองหรือมีคนช่วยบอก ก็จะรีบถือก๋วยไปถวายพระรูปนั้น รับพรและกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล เป็นภาพที่ทั้งวัดเต็มไปด้วยผู้คนเดินถือก๋วยสลากตามหา “เส้น” ของตัวเอง

.

“ก๋วยน้อย” และ “ก๋วยใหญ่” ต่างกันอย่างไร?

โดยทั่วไปก๋วยสลากมีทั้ง ก๋วยน้อย และ ก๋วยใหญ่ ก๋วยน้อย เป็นก๋วยขนาดเล็ก ใช้ทำบุญอุทิศแก่ญาติผู้ล่วงลับ หรือถวายเป็นกุศลสำหรับตนเองในภายหน้า ส่วน ก๋วยใหญ่ หรือ “สลากโชค” จะจัดทำอย่างอลังการกว่า บรรจุสิ่งของจำนวนมาก และตกแต่งเป็นต้นสลากสูงใหญ่ อาจมีหม้อ ไห ผ้าห่ม หมอน ที่นอน เครื่องครัว อาหารแห้ง ร่ม และเงินประดับอยู่ด้านบน ทั้งหมดขึ้นอยู่กับกำลังศรัทธาของเจ้าของ

นอกจากนี้ยังมี “สลากย้อม” ซึ่งเป็นสลากที่มีความเกี่ยวข้องกับหญิงสาวในวัฒนธรรมล้านนาบางพื้นที่ โดยหญิงสาวจะเก็บหอมรอมริบเพื่อจัดทำสลากของตนเองขึ้นอย่างสวยงาม จึงสะท้อนทั้งศรัทธา ฝีมือ และวิถีชีวิตของผู้คนในชุมชน

.

จากเรื่องเล่าพุทธกาล สู่ภูมิปัญญาชาวล้านนา

คติเรื่องการถวายสลากภัตมีเรื่องเล่าที่เชื่อมโยงไปถึงสมัยพุทธกาล โดยมีเรื่องของนางกุมาริกาและนางยักษิณี ซึ่งเมื่อเกิดการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ผู้คนจึงนำสิ่งของมาถวายเป็นจำนวนมาก ก่อนนำมาจัดเป็นสลากถวายพระสงฆ์ เมื่อแนวคิดเรื่องสลากภัตแพร่เข้าสู่ดินแดนล้านนา จึงค่อย ๆ ผสมผสานเข้ากับวิถีชีวิต ความเชื่อ และภูมิปัญญาของชาวเมือง จนกลายเป็น “ตานก๋วยสลาก” ที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน

.

ช่วงเวลาที่นิยมจัดงานอยู่ราว เดือนกันยายน–ตุลาคม หลังฤดูทำนา ซึ่งเป็นช่วงที่ชาวบ้านมีเวลาพักจากการทำไร่ทำนา และในอดีตยังเป็นช่วงที่อาหารในครัวเรือนอาจเริ่มขาดแคลน การนำข้าวปลาอาหารและของใช้มาถวายจึงมีความหมายทั้งในทางศาสนาและการเกื้อกูลกันของผู้คน

.

บางพื้นที่ยังมีการจัดขบวนแห่ต้นสลาก มีฟ้อนรำ ฆ้อง กลอง และผู้คนจากหลายหมู่บ้านมาร่วมงาน ทำให้วัดกลายเป็นพื้นที่พบปะของคนทั้งชุมชน เพราะท้ายที่สุดแล้ว “ตานก๋วยสลาก” ไม่ได้เป็นเพียงพิธีถวายทาน แต่คือภาพสะท้อนของความกตัญญู ความเอื้อเฟื้อ และความผูกพันระหว่างคนเป็นกับคนที่จากไป

จากก๋วยใบเล็ก ๆ หนึ่งใบ ข้าวของธรรมดาที่หาได้ในชุมชน และเส้นสลากเพียงหนึ่งเส้น จึงกลายเป็นประเพณีที่บอกเล่าเรื่องราวของ “การให้” และ “การระลึกถึง” ที่ชาวล้านนาส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นมาจนถึงวันนี้

เรียบเรียงโดย เพจสุดโปรด by Bangkok Bank