เมื่อราว 700–800 ปีก่อน ในช่วงเวลาที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยากำลังอยู่บนรอยต่อของการเปลี่ยนแปลง ก่อนการก่อเกิดบ้านเมืองของกลุ่มรัฐไทยอย่างที่เรารู้จักในเวลาต่อมา
.
ท่ามกลางช่วงเวลานั้น มีพระพุทธรูปหินทราย องค์หนึ่งที่ยังคงบอกเล่าเรื่องราวผ่านทั้งรูปทรง ฝีมือช่าง และร่องรอยของศิลปะที่หลอมรวมกัน นั่นคือ “พระพุทธรูปปางประทานอภัย” ศิลปะลพบุรี
.
พระพุทธรูปองค์นี้เป็นพระพุทธรูปยืน สูง 166 ซม. สลักจากหินทราย และมีการทาสีบริเวณจีวรด้วยสีแดงอมส้ม จุดเด่นสำคัญคือพระพักตร์ทรงเหลี่ยม มีกรอบไรพระศกเหนือพระนลาฏ และพระเกศาเป็นขมวดก้นหอย เหนือพระเศียรประดับด้วย พระเกตุมาลาทรงกรวย ซึ่งมีรูปกลีบบัวซ้อนกันเป็นชั้น ๆ ลดหลั่นขึ้นไป ทำให้องค์พระดูสง่างามและมีมิติ
.
สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือพระหัตถ์ พระหัตถ์ขวายกขึ้น โดยหันฝ่าพระหัตถ์ออกและวางแนบชิดพระอุระ ขณะที่พระหัตถ์ซ้ายทอดลงข้างพระวรกาย ลักษณะดังกล่าวเป็นเอกลักษณ์ของ ปางประทานอภัย ซึ่งถ่ายทอดความหมายถึงการให้อภัยและการปลอบประโลม
.
รายละเอียดของเครื่องทรงก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน บนพระอังสาซ้ายมี ชายสังฆาฏิ พาดเป็นแผ่นใหญ่ ปลายตัดตรงทอดยาวเกือบถึงพระนาภี
บริเวณพระโสณีคาดด้วย รัดประคดแถบกว้าง ซึ่งสลักลายดอกไม้ภายในกรอบสี่เหลี่ยม และยังปรากฏแถบหน้านางของสบง เป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ช่วยให้เราเห็นฝีมือและความประณีตของช่างในอดีต
.
แม้จะจัดอยู่ใน ศิลปะลพบุรี แต่พุทธลักษณะของพระพุทธรูปองค์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว หากสะท้อนอิทธิพลของ ศิลปะเขมรโบราณแบบบายน ผสมผสานกับฝีมือของช่างท้องถิ่น
ลักษณะเช่นนี้พบได้ในพื้นที่ ลพบุรีและสุพรรณบุรี และกำหนดอายุอยู่ราว กลางพุทธศตวรรษที่ 18 ถึงกลางพุทธศตวรรษที่ 19 หรือประมาณ 700–800 ปีมาแล้ว ช่วงเวลาดังกล่าวถือเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของประวัติศาสตร์ดินแดนลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ก่อนที่จะเกิดบ้านเมืองของกลุ่มรัฐไทยในเวลาต่อมา
.
พระพุทธรูปองค์นี้มีประวัติว่า ได้มาจากวัดถ้ำเขาพระพุทธบาท อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี แม้เวลาจะผ่านไปหลายร้อยปี หินทรายยังคงเก็บรายละเอียดของฝีมือช่างเอาไว้ ตั้งแต่พระพักตร์ พระเกศา พระเกตุมาลา ไปจนถึงจีวรและลวดลายบนรัดประคด
ทุกส่วนล้วนเป็นชิ้นส่วนของเรื่องราวที่ช่วยให้เราเข้าใจว่า เมื่อราว 700–800 ปีก่อน ผู้คนในดินแดนแห่งนี้มองศาสนา ศิลปะ และโลกของพวกเขาอย่างไร
เรียบเรียงโดย เพจสุดโปรด by Bangkok Bank

