ก่อนที่หมอนนุ่ม ๆ จะเต็มไปด้วยใยสังเคราะห์และวัสดุหลากชนิดอย่างทุกวันนี้ คนไทยในอดีตมี “หมอนหวาย” เป็นอีกหนึ่งเครื่องใช้ใกล้ตัวที่เรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยภูมิปัญญา
.
หมอนหวายมีจุดเด่นอยู่ที่ความ เบา โปร่ง และลมผ่านได้ดี จึงช่วยให้ศีรษะรู้สึกเย็นสบายขณะนอน อีกทั้งยังทำความสะอาดง่าย เพียงล้างน้ำแล้วนำไปตากให้แห้ง ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ ปัจจุบันหมอนหวายจึงยังถูกมองว่าเป็นสินค้าเพื่อสุขภาพ เพราะโครงสร้างที่โปร่งช่วยลดความอับชื้นบริเวณเส้นผมและหนังศีรษะ
.
หมอนหวายที่พบเห็นทั่วไปทำจาก เส้นตอกจากเปลือกหรือผิวหวาย มีขนาดประมาณ 30 × 15 ซม. และสูงราว 8–10 ซม. มีทั้งแบบสานทึบและสานโปร่ง ภายในมีแกนไม้สองแท่งขึงไว้เพื่อช่วยให้หมอนคงรูป ความน่าสนใจไม่ได้อยู่เพียงวัสดุ แต่ยังอยู่ที่ “ลวดลายการสาน” ซึ่งสะท้อนทักษะของช่าง
.
ลายขัด ถือเป็นลายสานพื้นฐานที่เก่าแก่ที่สุด ใช้เส้นตอกขัดกันเป็นมุมฉาก โดยยกหนึ่งเส้น ข่มหนึ่งเส้น สลับกันไป ก่อนจะพัฒนาเป็นลายสอง ซึ่งยกสองเส้น ข่มสองเส้น หรือลายสามที่ยกและข่มอย่างละสามเส้น
ส่วน ลายทแยง พัฒนามาจากลายขัด แต่เปลี่ยนแนวการขัดให้เป็นเส้นทแยง เหมาะกับงานจักสานแบบโปร่ง เช่น ชะลอม เข่ง และหมอนหวายแบบโปร่ง
.
หัวใจสำคัญของหมอนหวายคือ “หวาย” ไม้เลื้อยในตระกูลปาล์มที่พบได้ในเขตร้อน ลำต้นมีความเหนียว ยืดหยุ่น และดัดโค้งได้ดี จึงถูกนำมาใช้ทำเครื่องจักสานและเครื่องเรือนมาตั้งแต่อดีต
หวายมีหลายสายพันธุ์และหลายขนาด โดย หวายขนาดใหญ่ มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2–5 ซม. เช่น หวายกำพวน หวายน้ำผึ้ง หวายโป่ง และหวายข้อดำ นิยมนำไปทำโต๊ะ เก้าอี้ หรือเปล
ขณะที่ หวายขนาดเล็ก ซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 1.5 ซม. เช่น หวายหอม หวายตะค้าทอง และหวายขี้เหร่ สามารถนำมาจักเป็นเส้นตอกขนาดเล็ก เหมาะสำหรับทำตะกร้า กระเช้า ลูกตะกร้อ ขันโตก รวมถึง “หมอนหวาย”และหวายไม่ได้มีดีแค่ลำต้น เพราะ หน่อหวาย ยังนำมาทำอาหารพื้นบ้าน เช่น แกงอ่อม ซุปหน่อหวาย และยำหน่อหวาย ส่วน ลูกหวายอ่อน สามารถรับประทานเป็นผักจิ้มน้ำพริกหรือใส่ในส้มตำ และมีการใช้ประโยชน์ในด้านสมุนไพรพื้นบ้านด้วย
.
กว่าจะกลายเป็นหมอนหวายสักใบ ช่างจักสานต้องอาศัยทั้งทักษะและเครื่องมือเฉพาะ ตั้งแต่ มีดสำหรับผ่าและตัด เช่น มีดอีโต้ สำหรับตัดหวายหรือพืชจักสานให้ได้ขนาด ไปจนถึง มีดตอก ปลายเรียวแหลมงอนขึ้น ซึ่งใช้เหลาตอกและเจาะหรือคว้านวัสดุ
.
อีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญคือ เหล็กหมาด มีทั้งแบบปลายแหลมสำหรับไช แกะ แงะ หรือเจาะเครื่องจักสาน และแบบปลายหอกที่แบนแหลม สำหรับเจาะรูและช่วยผูกหวายเสริมโครงสร้างให้แข็งแรง
ส่วน คีมไม้ ซึ่งมีลักษณะคล้ายไม้หนีบผ้าขนาดใหญ่ ทำจากไม้เนื้อแข็งอย่างชิงชันหรือมะค่า ใช้หนีบปากภาชนะจักสานเพื่อช่วยให้ช่างเข้าขอบได้สะดวก โดยไม่ต้องมีผู้ช่วยคอยจับ
.
จากเส้นหวายธรรมดา ๆ จึงกลายเป็นเครื่องใช้ที่ทั้งเบา แข็งแรง โปร่ง และใช้งานได้จริง สะท้อนความเข้าใจธรรมชาติของคนรุ่นก่อนที่รู้จักเลือกวัสดุให้เหมาะกับการใช้งาน
เรียบเรียงโดย เพจสุดโปรด by Bangkok Bank

