อาวุธ เงินชูกลิ่น จากชาวบ้านสวนฝั่งธนฯ ถึงนายช่างพระเมรุมาศ

บัดนี้ที่ท้องสนามหลวงเองพระเมรุมาศก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง สอดรับกับบรรยากาศและหมายกำหนดการพระราชพิธี ถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่เพิ่งประกาศได้ไม่กี่วันก่อนหน้า

.

แม้ว่างานพระเมรุมาศในปัจจุบันนี้นับตั้งแต่ครั้งพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ก็ได้มีการเปลี่ยนมือผู้ออกแบบไปบ้าง ซึ่งก็มาพร้อมกับความคิดเห็น ติชมจากผู้คนในหลายแง่มุม ทั้งในเรื่องของความสวยงามไปจนถึงเรื่องความสมพระเกียรติ อีกทั้งหลายคนก็หวนนึกถึงผลงานออกแบบพระเมรุมาศเมื่อครั้งที่อาจารย์ “อาวุธ เงินชูกลิ่น” ยังมีชีวิตอยู่ด้วย

.

❖ อาวุธ เงินชูกลิ่น

อาวุธ เงินชูกลิ่น เกิดและเติบโตในบ้านสวนผลไม้ อำเภอบางขุนเทียน จังหวัดธนบุรี ในปีเดียวกันกับที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ในกรุงเทพมหานคร โดยบิดาของอาจารย์อาวุธรับราชการในกระทรวงการคลัง ในขณะที่มารดาประกอบอาชีพทำงอบขาย

ครั้นเมื่อถึงวัยเรียน บิดาก็ได้พาเด็กชายอาวุธไปฝากเรียนที่โรงเรียนละแวกบ้าน เมื่อว่างเว้นจากการเรียนก็ใช้เวลาช่วยงานบ้านไปจนถึงลูกมือช่วยเหลือทั้งบิดาในงานช่างต่าง ๆ และมารดาในการทำงอบขาย ซึ่งการเป็นลูกมือช่างให้ที่บ้านนี่เองที่ทำให้เด็กชายอาวุธได้ซึมซับทักษะและความรักในศิลปะและงานช่างเรื่อยมา และทางครอบครัวเองก็สนับสนุนความชอบและการศึกษาของบุตรชายผู้นี้อย่างเต็มที่ด้วย

.

❖ สถาปนิกที่พลิกผัน

ไม่นานนัก ความสามารถในด้านศิลปะของเด็กชายอาวุธก็เป็นที่รู้จัก ครูผู้สอนวาดเขียนให้จึงแนะนำให้เด็กชายอาวุธไปเรียนต่อในด้านศิลปะที่โรงเรียนเพาะช่าง อย่างไรก็ดี อาวุธได้มีโอกาสเข้าเรียนที่วิทยาลัยช่างศิลป์แทน และได้ค้นหาตัวตนจนพบว่าวิชาทางสถาปัตยกรรมเป็นแนวทางที่เหมาะกับความชอบของตนมากกว่า จึงสอบเข้าศึกษาต่อที่สาขาสถาปัตยกรรมไทย คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากรได้สำเร็จ

การศึกษาในสาขาสถาปัตยกรรมไทย ได้มีโอกาสเรียนรู้โดยตรงกับอาจารย์พระพรหมพิจิตร (อู๋ ลาภานนท์) ตลอดจนได้เรียนรู้วิชาในสายอื่น ๆ อย่างงานวิศวกรรมและสถาปัตยกรรมสากลควบคู่กันไป ซึ่งเป็นรูปแบบหลักสูตรในช่วงเวลาดังกล่าวเพื่อแก้ไขปัญหาหางานยากของนักศึกษาสาขาสถาปัตยกรรมไทย

เมื่อสำเร็จการศึกษา อาจารย์อาวุธก็ได้ทำงานในสำนักสถาปนิกของ พ.อ. จิระ ศิลปะกนกตามคำแนะนำของอาจารย์อ้น นิมมานเหมินทร์ ก่อนจะเข้ารับราชการเป็นสถาปนิกในกองทัพอากาศซึ่งงานก็ไม่ได้เป็นไปตามที่คาดหวัง ก่อนที่จะโอนย้ายมายังกรมศิลปากร เพื่อทำงานเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมไทยโดยเฉพาะตามที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่ต้นจนกระทั่งได้ขึ้นเป็นถึงอธิบดีกรมศิลปากร โดยงานในช่วงแรกเริ่มก็มีตั้งแต่งานอนุสาวรีย์และงานบูรณะปฏิสังขรณ์ก่อนที่จะได้งานออกแบบงานสถาปัตยกรรมไทยมา

.

❖ จาก “ศาสนสถาน” ถึง “พระเมรุมาศ”

งานออกแบบสถาปัตยกรรมไทยของอาจารย์อาวุธ มีทั้งงานที่เป็นพื้นที่สาธารณะอย่างพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ ไปจนถึงอาคารเนื่องในศาสนาอย่างศาลหลักเมืองกรุงเทพฯ วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก พระที่นั่งสันติชัยปราการ เป็นต้น เรื่อยมาจนถึงงานขนาดใหญ่และสำคัญอย่าง “งานพระเมรุมาศ”

อาจารย์อาวุธมีผลงานการออกแบบพระเมรุมาศอยู่ทั้งหมด 3 ครั้ง ประกอบไปด้วยพระเมรุมาศสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระเมรุมาศสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และพระเมรุมาศสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี

งานพระเมรุมาศทั้งหมดนี้ล้วนแต่เป็นงานสถาปัตยกรรมไทยแบบประเพณีที่อาจารย์อาวุธได้นำเอาความรู้และประสบการณ์มาใช้ในการสร้างสรรค์ โดยเป็นงานที่ไม่ได้เป็นการทำตามรูปแบบโบราณอย่างเดียว แต่ยังมีการศึกษาและเรียนรู้เหตุผลและการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ตลอดจนความเชื่อและคติที่อยู่เบื้องหลังการออกแบบงานสถาปัตยกรรมไทยประเพณีในบริบทของยุคร่วมสมัยด้วย

❖ สิ่งที่หลงเหลือของชายที่ทำงานทั้งชีวิต

หลังเกษียณ อาจารย์อาวุธยังคงทำงานด้านสถาปัตยกรรมไทยและการอนุรักษ์ต่อไป พร้อมทำหน้าที่อาจารย์พิเศษและวิทยากรอย่างเต็มเวลา ถ่ายทอดความรู้ให้แก่นิสิตนักศึกษาและผู้สนใจ ทั้งที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และฝากองค์ความรู้ด้านสถาปัตยกรรมไทยให้ยังคงอยู่มาอย่างยาวนาน

ด้วยการที่อาจารย์อาวุธทุ่มเทให้กับงานเป็นอย่างมาก สุขภาพก็เริ่มทรุดโทรม กระทั่งเมื่อครั้งที่เตรียมงานพระเมรุมาศสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาฯ ก็ได้รับการวินิจฉัยว่าอาจารย์อาวุธป่วยด้วยโรคมะเร็งตับระยะสุดท้าย ซึ่งแม้จะป่วย แต่อาจารย์อาวุธก็ยังทำงานจนเสร็จสิ้นอย่างไม่หวาดหวั่น พลังใจได้ทำให้อาจารย์อาวุธยังคงทำงานต่อไปได้อีก 2 ปี กระทั่งถึงแก่อนิจกรรมในปี 2556 ในวัย 70 ปี

งานของอาจารย์อาวุธต่างมีทั้งงานที่เป็นอาคารถาวรไปจนถึงงานที่เป็นอาคารชั่วคราวอย่างงานพระเมรุมาศ ซึ่งต่างก็ยังคงหลงเหลือร่องรอยเอาไว้ไม่ว่าจะผ่านอาคารที่ยังตั้งอยู่หรือผ่านภาพถ่าย งานหลายอย่างก็ล้วนเป็นงานระดับชาติและบันทึกซึ่งองค์ความรู้ทางสถาปัตยกรรมไทยเอาไว้มาอย่างเนิ่นนาน เป็นตัวอย่างสถาปนิกงานไทยประเพณีที่ปรับตัวและสานต่อให้งานไทยยังคงอยู่ได้ ท่ามกลางกระแสกาลเวลาที่เปลี่ยนไปในปัจจุบัน…

.

เรียบเรียงโดยเพจสุดโปรด by Bangkok Bank