ด้วงมะพร้าว – ด้วงโสน : เมื่อหนอนแมลงกลายเป็นสำรับชาววัง

“อาหารชาววัง” ในความคิดของคนทั่วไปก็คงจะนึกถึงอาหารที่วิจิตรบรรจง ทำด้วยความประณีต และใช้วัตถุดิบดี ๆ มาทำ น้อยคนนักที่จะไปนึกคิดว่าสิ่งมีชีวิตอย่างแมลง จะเคยมีโอกาสเป็นวัตถุดิบที่ใช้ในการประกอบพระกระยาหาร และกลายเป็นพระกระยาหารทรงโปรดเสียด้วย

.

“ด้วงโสน” และ “ด้วงมะพร้าว” ทั้งสองสิ่งนี้นับว่าเป็นวัตถุดิบสำรับชาววังที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในช่วงรัชกาลที่ 5-6 ที่ถึงแม้ว่าหน้าตาจะพิกลและหลายคนอาจจะขยาดแขยง แต่ก็เป็นสำรับที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเป็นอย่างมาก โดยล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ทรงโปรดด้วงโสน ในขณะที่สมเด็จพระศรีพัชรินทราฯ ทรงโปรดด้วงมะพร้าว

.

ด้วงโสนได้มาจากการผ่าต้นโสน จะพบตัวด้วงสีขาวขนาดเล็กปากดำยาว ก่อนนำมาปรุง ชาววังจะให้น้ำกะทิคั้นข้นแก่ด้วงจนตัวใสและมีรสมัน จากนั้นจึงนำไปผัดกับหมูหรือกุ้ง ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาล เกิดเป็นเมนู “ด้วงโสนผัด” นอกจากนี้ยังมีเมนูด้วงโสนต้มกะทิและด้วงโสนทอดกรอบที่ได้รับความนิยมในราชสำนักเช่นกัน

.

ส่วนด้วงมะพร้าวหรือที่รู้จักกันในชื่อด้วงสาคูนั้น ชาววังนิยมเลี้ยงตัวอ่อนไว้ในท่อนอ้อยเพื่อให้กินเนื้ออ้อยจนเติบโตอวบใหญ่ ก่อนนำมาแช่ในกะทิคั้นข้นอีกครั้ง เมื่อได้ที่จึงทอดในน้ำมันร้อนและหั่นเป็นแว่นรับประทานคู่กับน้ำจิ้มรสจัดจ้าน ซึ่งในบันทึกของหมอสมิธระบุว่าเคยเห็นสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถเสวยด้วงมะพร้าว ซึ่งก็เล่าต่อว่าหมอสมิธไปได้ยินมาว่า ถ้านำด้วงมะพร้าวลงทอดในน้ำมันจากตัวของมันเองแล้ว จะมีรสชาติอร่อยเหมือนกินเนื้อมะพร้าวเลยทีเดียว

.

เรื่องราวของด้วงโสนและด้วงมะพร้าว แม้ว่าอาจจะดูเป็นอาหารแปลกเมื่อเทียบกับบริบทของความเป็นวัง แต่ในขณะเดียวกันก็สะท้อนให้เห็นถึงวัตถุดิบบ้าน ๆ ที่สามารถบริโภคได้ และได้รับความนิยมทั้งในหมู่คนธรรมดาไปจนถึงชนชั้นสูง กลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องเล่าที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมการกินของไทยเราในอดีตได้ด้วย