“THOC กระเป๋าตอกไม้ไผ่” เปลี่ยนงานซ่อนให้กลายเป็นงานโชว์

จากโครงสร้างที่ถูกซ่อนอยู่ภายในงานเครื่องเขินสู่กระเป๋าใบเก๋ที่กลายเป็นไอเทมไลฟ์สไตล์สุดยูนีค นี่คือเรื่องราวของ THOC ผลงานหัตถกรรมจาก COTH studio ที่หยิบเอาเทคนิคโบราณอย่าง “ไม้ไผ่ขด” มาปลุกชีวิตใหม่ให้ร่วมสมัยและจับต้องได้ในชีวิตประจำวัน

.

จุดเริ่มต้นเกิดจากการเดินทางของทีม COTH studio ที่ทำงานร่วมกับชุมชนหัตถกรรมมายาวนานกว่า 6 ปี จนได้ไปพบกับ “ป้าสร้อยสิน” ทายาทของครอบครัวกันธิมา ผู้บุกเบิกการทำไม้ไผ่ขดแห่งชุมชนศรีปันครัว จังหวัดเชียงใหม่ แหล่งสุดท้าย ๆ ที่ยังคงรักษาทักษะนี้เอาไว้

.

เสน่ห์ของ “ไม้ไผ่ขด” อยู่ที่การใช้เพียงเส้นตอกไม้ไผ่เล็ก ๆ กับสองมือของช่าง ก็สามารถสร้างโครงสร้างที่ทั้งแข็งแรงและงดงามได้ โดยแทบไม่ต้องใช้พลังงานใด ๆ นอกจาก “จังหวะของมือ” แต่ที่ผ่านมาเทคนิคนี้กลับถูกซ่อนอยู่ภายใต้การเคลือบยางรักในงานเครื่องเขิน ทำให้ความงามแท้จริงไม่เคยถูกมองเห็นอย่างเต็มที่

.

COTH studio จึงตั้งคำถามง่าย ๆ แต่ทรงพลังว่า “ถ้าเราเอาสิ่งที่เคยซ่อน…ออกมาโชว์ล่ะ?” คำตอบคือ THOC (ตอก) แบรนด์กระเป๋าที่นำ “ตอกไม้ไผ่” มาเป็นพระเอกของงานดีไซน์ คอลเล็กชั่นแรกอย่าง BARE จึงเลือก “เผย” โครงสร้างสัจวัสดุของไม้ไผ่ขดแบบไม่ปิดบัง ให้เห็นลวดลาย เส้นสาย และฟอร์มที่เกิดจากฝีมือช่างล้วน ๆ

.

กระเป๋าแต่ละใบถูกขึ้นรูปด้วยมืออย่างพิถีพิถัน ขดทีละเส้นจนเกิดเป็นรูปทรงที่มีเอกลักษณ์ โดยหยิบแรงบันดาลใจจากองค์ประกอบในงานเครื่องเขินล้านนา เช่น “ข้อกิ่ว” มาปรับให้มีความเป็นเรขาคณิตร่วมสมัยมากขึ้น

.

ดีเทลเล็ก ๆ ที่น่าสนใจคือการนำ “ผงไม้ไผ่” ที่เหลือจากการขัด มาผสมเป็นสีถ่านสมุกเพื่ออุดร่อง สร้างลวดลายสีดำตัดกับสีธรรมชาติของไม้ โดยไม่ต้องพึ่งสีสังเคราะห์หรือวัสดุราคาแพง

.

ในขณะเดียวกัน การออกแบบส่วนหนังของกระเป๋าก็คิดมาอย่างรอบคอบ เพื่อลดเศษเหลือทิ้งให้มากที่สุด ทำให้งานของ THOC ไม่ใช่แค่สวย แต่ยังสะท้อนแนวคิดความยั่งยืนอย่างแท้จริง

.

เบื้องหลังความงามนี้คือเรื่องราวของชุมชนจากครอบครัวกันธิมาที่สืบทอดวิชาไม้ไผ่ขดมาจากบรรพบุรุษในสิบสองปันนา จนถึงวันนี้ที่เหลือช่างเพียงไม่กี่ครัวเรือน งานฝีมือที่เคยถูกมองว่าเป็นแค่ “งานพื้นบ้าน” กำลังถูกยกระดับให้กลายเป็นงานดีไซน์ร่วมสมัยที่มีคุณค่า