ร่มขาวเก้าชั้น ใต้ร่มพระบารมีแห่งแผ่นดิน
“ฉัตร” คือเครื่องสูงที่คนไทยยกย่องมาแต่โบราณว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งพระราชอิสริยยศ สะท้อนบุญญาธิการและพระบารมีเหนือชนทั่วไป ลักษณะเป็นร่มซ้อนหลายชั้น ทำด้วยผ้าขาวหรือผ้าแพร ประดับชายครุยอย่างวิจิตร งดงามทั้งในเชิงศิลป์และความหมาย
ในบรรดาฉัตรทั้งหลาย “นพปฎลมหาเศวตฉัตร” หรือฉัตรขาว 9 ชั้น คือเครื่องสูงที่ทรงเกียรติสูงสุด หนึ่งในเครื่องราชกกุธภัณฑ์ของพระมหากษัตริย์ไทย คำว่า “นพปฎลมหาเศวตฉัตร” แยกความหมายได้ว่า “นพ” คือ เก้า “ปฎล” คือ ชั้น “เศวต” คือ สีขาว และ “ฉัตร” คือร่ม รวมความหมายว่า “ฉัตรขาวเก้าชั้นอันประเสริฐ” อันเป็นสัญลักษณ์แห่งพระราชอำนาจสูงสุด
ฉัตร 9 ชั้น ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องหมายแห่งฐานันดร แต่ยังเปรียบเสมือน “ร่มพระบารมี” ที่แผ่ปกคลุมทั่วทั้ง 9 ทิศ ได้แก่ ทิศตะวันออก ใต้ ตะวันตก เหนือ รวมถึงทิศเฉียงทั้งสี่ และ “ปฐวี” หรือเบื้องล่าง ขณะที่ “ทิศเบื้องบน” หรืออากาศ ถือเป็นแดนแห่งเทวะ อยู่เหนือขอบเขตของมนุษย์
จึงกล่าวได้ว่า ฉัตร 9 ชั้น คือสัญลักษณ์ของอำนาจโดยธรรม ที่แผ่ไพศาลครอบคลุมทั่วสารทิศ สะท้อนพระมหากษัตริย์ในฐานะศูนย์กลางแห่งคุณธรรม ความเจริญ และความร่มเย็นของแผ่นดิน เปรียบดังร่มเงาที่ปกป้องประชาชนจากความทุกข์ภัยทั้งปวง
ภายใต้ฉัตรอันสูงส่งนี้ ยังแฝงคติความเชื่อโบราณเกี่ยวกับเทพผู้พิทักษ์ที่เรียกว่า “กำพูฉัตร” เทวดาผู้สถิต ณ จุดรวมซี่ฉัตร มีหน้าที่อภิบาลเศวตฉัตรและพระราชบัลลังก์ให้มั่นคงดำรงอยู่โดยธรรม ความเชื่อนี้มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา
ต่อมาในรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการโปรดเกล้าฯ ให้สร้าง “พระกำพูฉัตร” ขึ้นเป็นครั้งแรก เป็นรูปเทวดาเหาะ ทำด้วยทองคำลงยาราชาวดี ประดับอัญมณีอย่างวิจิตร พระหัตถ์หนึ่งถือพระขรรค์ อีกข้างยึดก้านโลหะใต้ฉัตร จึงทำให้การถวายพวงมาลัยแก่เศวตฉัตร มีนัยยะเสมือนการถวายแด่เทพผู้พิทักษ์องค์นี้ด้วย
ในยุคปัจจุบัน “นพปฎลมหาเศวตฉัตร” ยังคงปรากฏในพระราชพิธีสำคัญ เพื่อสื่อถึงพระบารมีแห่งองค์พระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นที่มาของ “วันฉัตรมงคล” วันที่คนไทยร่วมกันน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันแผ่ไพศาล ดุจร่มฉัตรที่ปกเกล้าคุ้มครองให้แผ่นดินอยู่เย็นเป็นสุข
#สุดโปรด#Bangkokbank#BBL#ฉัตร9ชั้น#นพปฎลมหาเศวตฉัตร#วันฉัตรมงคล#เครื่องราชกกุธภัณฑ์#ประวัติศาสตร์ไทย#วัฒนธรรมไทย#ราชสำนักไทย#ThaiHeritage#RoyalSymbol

