จิตรกรรมฝาผนังภายในอุโบสถของ วัดเสม็ด ถือเป็นงานศิลปะที่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านสำคัญของศิลปกรรมไทย ทั้งในด้านเทคนิค เนื้อหา และมุมมองการเขียนภาพ ที่ผสมผสานระหว่างแบบไทยประเพณีกับอิทธิพลตะวันตกได้อย่างน่าสนใจ
.
หนึ่งในจุดเด่นสำคัญคือการเขียนภาพเรื่อง “พระอสุภกรรมฐาน” ซึ่งแต่ละช่องภาพจะเน้นพระภิกษุกำลังพิจารณาสภาพซากศพในลักษณะต่าง ๆ ตัวภาพพระภิกษุถูกวาดขนาดใหญ่บริเวณด้านล่าง พร้อมการลงสีแล้วตัดเส้นแบบจิตรกรรมไทยโบราณ ขณะเดียวกันจีวรมีการไล่น้ำหนักสี ทำให้ดูพริ้วและมีมิติสมจริง เช่นเดียวกับภาพซากศพที่ช่างเขียนถ่ายทอดในลักษณะเสมือนจริง ซึ่งเป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นต้นมา และสะท้อนการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของจิตรกรรมฝาผนังไทย
.
ด้านการเขียนธรรมชาติ ช่างเลือกใช้มุมมองกว้างและลึก มีทั้งท้องฟ้า ภูเขา ต้นไม้ ทะเล และแม่น้ำ โดยใช้เทคนิคไล่น้ำหนักแสงเงาแบบตะวันตก ทำให้ภาพมีระยะใกล้–ไกลอย่างชัดเจน ต้นไม้ด้านหน้ามีขนาดใหญ่ ส่วนต้นไม้ไกลออกไปค่อย ๆ เล็กลง นอกจากนี้ยังใช้การแต้มสีและกระทุ้งพู่กันเพื่อสร้างน้ำหนักของใบไม้ เสมือนแสงตกกระทบจริง เพิ่มความมีชีวิตชีวาให้ภาพธรรมชาติ
.
ในส่วนของภาพอาคารและวิถีชีวิต ช่างเขียนได้นำเทคนิคเปอร์สเปคทีฟแบบตะวันตกมาใช้ เพื่อแสดงความลึกของอาคาร พร้อมไล่น้ำหนักสีเข้มในพื้นที่ด้านในให้ดูเหมือนแสงส่องไม่ถึง อีกทั้งยังสอดแทรกภาพชีวิตผู้คน เช่น ชาวเล การทำประมง และรูปแบบเรือหลากชนิด ซึ่งภาพเหล่านี้ไม่เพียงสวยงาม แต่ยังเป็นหลักฐานสำคัญสำหรับการศึกษาประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตในยุคนั้น
.
ความน่าสนใจอีกประการคือการผสมผสานศิลปะสองแขนงเข้าด้วยกัน คือจิตรกรรมและประติมากรรม โดยเฉพาะผนังด้านหน้าพระประธานที่มีองค์ประกอบทั้งสองแบบอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน
.
แม้จะมีอิทธิพลตะวันตก แต่ช่างยังคงรักษารูปแบบไทยประเพณีไว้ เช่น ภาพเทพชุมนุมและนักสิทธิวิทยาธร ที่เขียนเครื่องทรงชฎา ผ้านุ่งแบบไทย พร้อมตัดเส้นอย่างประณีต และแบ่งช่องภาพด้วยเส้นสินเทา ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของจิตรกรรมไทยดั้งเดิม







