อิน-จัน: จากสมุทรสงครามสู่ดินแดนเสรีภาพ ตำนาน “แฝดสยาม” ผู้ดังไกลในต่างแดน

คำว่า “สยาม” ถูกชาวต่างชาตินำไปใช้เรียกขานหลายสิ่งหลายอย่างที่เขายกย่องให้เป็นเอกลักษณ์จากดินแดนสยามที่เผยตัวต่อสายตาชาวโลก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ “แมวสยาม” “ปลากัดสยาม” ไปจนถึง “แฝดสยาม” ซึ่งล้วนแต่เป็นสิ่งต่าง ๆ ที่ชาวตะวันตกรู้จักจากสยามประเทศ

เรื่องของ “แฝดสยาม” นี้นับว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่น่าอัศจรรย์ใจของคนสมัยนั้น เพราะแฝดตัวติดกันที่สามารถใช้ชีวิตได้ไม่ต่างจากคนทั่วไป แถมยังอายุยืนกว่าแฝดสยามคู่อื่น ๆ ในยุคสมัยเดียวกันเป็นอะไรที่หาได้ยาก ซึ่งเรื่องราวของ “อิน” กับ “จัน” ก็นับว่าสร้างชื่อเสียงโด่งดังจนคำว่าสยามถูกนำมาใช้เรียกแฝดตัวติดกันนี่เอง

⭐ อินและจัน

เรื่องราวของอินกับจันเกิดขึ้นมาราวเดือนพฤษภาคม ปี 2354 ในบ้านหลังเล็ก ๆ ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งริมฝั่งแม่น้ำแม่กลองในจังหวัดสมุทรสงคราม พ่อของพวกเขา เป็นชาวจีนที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานในไทยตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช แม่ของพวกเขาเป็นชาวไทย ซึ่งหลายตำราก็ระบุต่างกัน บ้างก็ว่าเป็นคนไทยแท้ บ้างก็ว่าเป็นคนไทยเชื้อสายจีน หรือบางตำราก็ว่ามีเชื้อสายแขกชวามลายู

กล่าวกันว่าครอบครัวของอินจันนับว่าเป็นครอบครัวที่ลูกดกอยู่ไม่น้อย แม่ของอินจันเองก็มีลูกแฝดหลายคู่ด้วย เพียงแต่ว่าอินกับจันเป็นกรณีพิเศษเพราะเป็นเพียงคู่เดียวที่ออกมาแล้วตัวติดกัน

ย้อนกลับไปในช่วงเวลาดังกล่าว ลักษณะความผิดปกติตั้งแต่เกิดแบบนี้ไม่ใช่เรื่องดี อีกทั้งยังง่ายต่อการเสียชีวิตตั้งแต่เด็กด้วย แต่ถึงอย่างนั้นครอบครัวของอินจันก็ตัดสินใจที่จะเลี้ยงดูพวกเขาไม่ต่างจากคนธรรมดาทั่วไป ซึ่งเป็นการเลี้ยงดูแต่เพียงผู้เดียว เพราะว่าบิดาของอินจันนั้นเสียชีวิตไปตั้งแต่ทั้งคู่ยังเด็กด้วยอหิวาตกโรคที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนั้น

ถึงแม้ว่าจะแตกต่างไปจากบุคคลอื่น ๆ แต่ถึงอย่างนั้นความแตกต่าง นี้เอง ก็ทำให้ทั้งคู่เป็นที่สนใจ เมื่อเติบโตขึ้นมาก็ได้เป็นที่รู้จักไปทั่ว เรื่องดังไกลถึงวังหลวงในระดับที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดฯ ให้พี่น้องอินจันพร้อมกับแม่มาเข้าเฝ้า ซึ่งในบันทึกของโธมัส สตรอง ได้บรรยายถึงบรรยากาศการเข้าเฝ้าว่าใครต่อใครก็สนใจในตัวฝาแฝดคู่นี้ ไม่ได้มีท่าทีรังเกียจเดียดฉันท์ต่อความแตกต่างของทั้งคู่เลยสักนิดเดียว

ทั้งคู่ได้รับของพระราชทานและกลับไปใช้ชีวิตอยู่ที่แม่กลอง ลงทุนเลี้ยงเป็ดเพื่อขายไข่เป็ด ทำงานด้วยความเพียรมานะตามอุปนิสัยของลูกจีน กระทั่งวันหนึ่ง ชีวิตของทั้งสองก็ได้เปลี่ยนไปตลอดกาล เมื่อได้พบกับ “นายหันแตร” (โรเบิร์ต ฮันเตอร์) นายห้างชาวอังกฤษเชื้อสายสก็อต ซึ่งเห็นลู่ทางทำเงินจากทั้งสองคนนี้ จึงได้ตีสนิทครอบครัวของอินจัน จนสามารถพาทั้งคู่เดินทางข้ามสมุทรไปยัง “สหปาลีรัฐอเมริกา” ในกาลต่อมา…

⭐ “โชว์คนแปลก”: เมื่อความผิดปกติทางร่างกายถูกใช้เป็นเครื่องมือหาเงิน

ในคริสต์ศตวรรษที่ 19 ความอยากรู้อยากเห็นของมนุษย์ได้พัฒนาถึงขีดสุด พวกเขาปรารถนาที่อยากจะเห็นอะไรที่ใหม่ ตื่นตาตื่นใจ แปลก ซึ่งโชว์ในยุคแรกก็มีตั้งแต่งานโชว์การทดลองทางวิทยาศาสตร์ทั่วไป ไปจนถึงการโชว์วัตถุจัดแสดงทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์อย่างพวกเด็กในโหลแก้ว แต่ทั้งนี้เมื่อเวลาผ่านไป “คนแปลก” ก็ได้กลายเป็นจุดสนใจ และตระเวนแสดงตัวให้ผู้คนได้เห็นผ่านคณะละครสัตว์ การเดินทางมายังโลกตะวันตกของอินจันจึงเป็นการเดินทางมาเพื่อโชว์ความผิดปกติเพื่อสนองความอยากรู้ของผู้คนในช่วงเวลาดังกล่าว

อินจันขึ้นเรือของอาเบล คอฟฟิน ซึ่งเป็นหุ้นส่วนที่นายหันแตรได้ชักชวนมาช่วยพาอินจันเดินทางไปโชว์ตัวในตะวันตก รอนแรมกลางมหาสมุทรนานกว่าครึ่งปีจนเดินทางมาถึงสหปาลีรัฐอเมริกา พวกเขาถูกพาไปตระเวนโชว์ตัวในสถานที่ต่าง ๆ ในขณะที่นายคอฟฟินนั่งนับเงินค่าตั๋วเข้าชม ก่อนที่จะข้ามมายังยุโรปเพื่อโชว์ตัวด้วย

ชีวิตของอินจันภายใต้การปกครองของคอฟฟินเต็มไปด้วยความร้าวฉานในระยะหลังจากการเอารัดเอาเปรียบของผู้เป็นนาย จนนำมาสู่การแตกหักกัน อินกับจันเริ่มทำการแสดงเดี่ยวพร้อมกับเก็บเงินหารายได้ด้วยตนเองโดยปราศจากนายหน้า ก่อนที่หลังจากปักหลักตั้งถิ่นฐานในอเมริกาได้สักพักหนึ่ง และได้เข้าร่วมเซ็นสัญญาเป็นส่วนหนึ่งของคณะละครสัตว์อันโด่งดังของ พี.ที. บาร์นัม (ตัวเอกในภาพยนตร์เรื่อง The Greatest Showman) ก่อนที่จะแยกทางกันและ กลับไปใช้ชีวิตอย่างปกติ

⭐ American Dream กับแฝดสยามผู้พิสูจน์ว่าถึงแตกต่างก็อยู่ร่วมกันได้

อินจันได้เดินทางออกแสดงตัวจนสามารถเลี้ยงตนเองได้และตัดสินใจที่จะปักหลักและใช้ชีวิตบนแผ่นดินอเมริกาในรัฐนอร์ทแคโรไลนา พวกเขามีบ้าน มีภรรยา มีลูกหลาน มีข้าทาสบริวารไม่ต่างจากคนปกติทั่วไป อีกทั้งยังใช้นามสกุลอย่างชาวตะวันตกว่า “บังเกอร์” ซึ่งนับว่าเป็นชาวเอเชียคนแรก ๆ ที่เดินทางมาแสวงโชคถึงอเมริกาจนสามารถตั้งตัวเป็นเศรษฐีได้ โดยถึงแม้ว่าจะไม่ใช่คนผิวขาว แต่ก็มีสิทธิ์แทบไม่ต่างจากคนผิวขาวในช่วงเวลาดังกล่าวเลย

ในบทความของ Raleigh Register ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ในช่วงเวลาดังกล่าวได้กล่าวถึงทั้งคู่ว่าเป็นเอเชียที่ได้แปรเปลี่ยนกลายมาเป็นสุภาพชนคนอเมริกัน ซึ่งเป็นหลักฐานยืนยันได้ว่าชีวิตของพวกเขาในอเมริกานั้นอยู่ดีมีสุข และพวกเขาก็ได้ถูกมองว่าเป็นชาวอเมริกันไปเสียแล้ว

อย่างไรก็ดี ความมั่งคั่งของอินจันที่เป็นทั้งคนดังและเจ้าของไร่ฝ้ายก็ไม่ได้อยู่คงทนมากนัก เพราะอินจันเป็นเจ้าของไร่และมีทาสภายใต้การปกครอง เมื่อสงครามกลางเมืองอเมริกันจบลง พวกเขาต้องสูญเสียทรัพย์สินเป็นอันมาก ทำให้ต้องกลับมาเดินสายโชว์ตัวอีกครั้งหนึ่ง ทว่าในครั้งนี้กลับไม่ได้รับความนิยมในอเมริกาดังก่อน เพราะผู้คนมองว่าพวกเขาเป็นนายทาสมาก่อน

⭐ มรดกแห่งสองพี่น้องตระกูลบังเกอร์

เล่ากันว่าทั้งสองพี่น้องนั้นต่างมีปัญหาและมีอุปนิสัยที่ต่างกันมาก ทำให้ทั้งคู่มีเหตุให้ทะเลาะกันบ่อยครั้ง อีกทั้งความไม่สะดวกเนื่องจากตัวติดกัน ทำให้ทั้งคู่มีความคิดที่จะแยกตัวออกจากกัน แต่ด้วยปัญหาที่วิทยาการทางการแพทย์นั้นยังไม่เจริญพอที่จะสามารถผ่าตัดให้ได้ การแยกทั้งสองออกจากกันจึงไม่เคยเกิดขึ้น ทำให้ชีวิตของทั้งคู่ยังคงต้องอยู่ด้วยกันถึงแม้ว่าจะกระทบกระทั่งกันบ้าง

สุขภาพของจันทรุดโทรมลงในทุกขณะ เนื่องจากอุปนิสัยและอาการติดสุราทำให้จันสุขภาพย่ำแย่จนเป็นเหตุให้ล้มป่วยด้วยอาการหลอดลมอักเสบ และด้วยความที่ทั้งคู่นั้นแยกจากกันไม่ได้ อินจึงต้องอยู่กับจันในห้องที่อบอุ่นเพื่อช่วยรักษาอาการป่วยของจัน ทว่าในตอนเช้าของวันที่ 17 มกราคม ปี 2417 ก็พบว่าจันได้จากไปเสียแล้ว และอินก็รู้ดีว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น กระทั่ง 2 ชั่วโมงหลังจากที่จันเสียชีวิต อินก็ได้สิ้นใจตามไป

เรื่องราวของอินจันนับว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวมหัศจรรย์ของชีวิตมนุษย์ ทั้งคู่นับว่าเป็นแฝดสยามที่มีอายุยืนนานที่สุดในโลก กระทั่งถูกทำลายสถิติลงในปี ค.ศ. 2012 แต่ถึงอย่างนั้นชื่อเสียงของพวกเขาในฐานะของแฝดสยามก็ยังคงถูกบอกเล่าสืบต่อกันมา

ถึงแม้ว่าในช่วงเวลาดังกล่าวอินกับจันจะกลายเป็นอเมริกันชนแบบเต็มตัว แต่ถึงอย่างนั้นคนในฝั่งสยามก็ไม่ได้หลงลืมเรื่องราวของแฝดสยามผู้โด่งดังผู้นี้ ยังคงปรากฏเห็นการกล่าวถึงในเอกสาร และจดหมายต่าง ๆ จากช่วงรัชกาลที่ 5 ชี้ให้เห็นว่าคนไทยยังคงมองทั้งคู่ในฐานะของความภาคภูมิและตัวแทนความสัมพันธ์จากไทยถึงอเมริกา และถูกบอกเล่าผ่านสื่อต่าง ๆ หลากหลายรูปแบบมาจนถึงปัจจุบัน…

#สุดโปรด#บุคคล#อินจัน#แฝดสยาม#ประวัติศาสตร์#ชีวประวัติ#ไทย#อเมริกา#BBL#BangkokBank#ธนาคารกรุงเทพ