
ถ้าจะพูดถึง “อาหารประจำชาติเมียนมา” ต้องจานนี้เลยโมฮิงกา (Mohinga)


ซุปปลารสเข้มข้นราดลงบนเส้นข้าว ที่หอมกลิ่นตะไคร้ ข่า หอมแดง กระเทียม และปลาน้ำจืด มาคู่กับเครื่องเคียงอย่างไข่ต้ม พริกทอด ถั่วลิสง และแป้งทอดกรอบ หรือบางทีก็มีขนมจีนโรยหน้ามาด้วย
.
ว่ากันว่าโมฮิงกาอยู่คู่กับชาวเมียนมาตั้งแต่ยุคโบราณ หลายตำนานเชื่อว่าชาวมอญในแถบตอนล่างของเมียนมาเป็นผู้เริ่มต้นเมนูนี้ ก่อนจะแพร่ขึ้นเหนือจนกลายเป็นจานสามัญประจำชาติ
.
ไม่เพียงเท่านั้น หลายครอบครัวมีสูตรโมฮิงกาประจำตระกูลที่ถ่ายทอดกันมาหลายรุ่น บ้างใส่ปลาหลายชนิด บ้างเติมกล้วยดิบหั่นเป็นแว่น เพื่อให้รสกลมกล่อมขึ้น


.
ในยุคที่การแต่งกาย ภาษา และแม้แต่อาหารตะวันตกเริ่มแพร่เข้ามา
กลุ่มปัญญาชนเมียนมาหลายคน เช่น อูกาลา (U Kala) และต่อมาคือกลุ่ม “Young Men’s Buddhist Association” (YMBA) ได้ส่งเสริมให้คนหันกลับมาเห็นคุณค่าของวัฒนธรรมดั้งเดิม ทั้งการแต่งกาย การพูด การกิน และหนึ่งใน กิจกรรมต่อต้านเชิงสัญลักษณ์ ที่พบในช่วงนั้น คือการจัด “งานบุญแบบพื้นบ้าน” ที่มีการเสิร์ฟอาหารท้องถิ่นแทนอาหารฝรั่ง โดยเฉพาะ โมฮิงกา ที่เป็นของหาง่ายและทำได้จากวัตถุดิบพื้นถิ่นทั้งหมด
.
นอกจากนี้ โมฮิงกาก็เชื่อมโยงกับ “อองซาน” และขบวนการชาตินิยม โดย นายพลอองซาน (General Aung San) บิดาของ อองซานซูจี และเป็นผู้นำขบวนการปลดแอกพม่าจากอังกฤษ
เป็นผู้เติบโตมากับชีวิตชนบท และอาหารพื้นถิ่นอย่างโมฮิงกาในย่างกุ้ง
เขาเป็นทั้งผู้นำทางการเมือง และ “ภาพแทนของคนรุ่นใหม่ที่ไม่ทิ้งวัฒนธรรมเดิม” ในหลายโอกาส เขามักกล่าวถึง “ความเป็นพม่าที่แท้จริง” ที่ควรรักษาไว้ – ทั้งภาษา เสื้อผ้า ศาสนา และอาหารพื้นเมือง
.
โมฮิงกาอยู่ทุกหนแห่ง ตั้งแต่ในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงในพิธีการต่าง ๆ เช่น งานแต่ง หรืองานบุญ ก็ขาดไม่ได้ และในวันนี้ ร้านอาหารเมียนมาในต่างประเทศก็พยายามยกระดับโมฮิงกาให้กลายเป็น “Comfort Food แบบพรีเมียม”

#จานโปรด#โมฮิงกา#อาหารเมียนมาร์#เมียนมาร์#BBL#BangkokBank#ธนาคารกรุงเทพ

