“แข่งเรือลือเลื่อง เมืองงาช้างดำ จิตรกรรมวัดภูมินทร์ แดนดินส้มสีทอง เรืองรองพระธาตุแช่แห้ง” คำขวัญประจำจังหวัดน่านนี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงของดีของเด็ดที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดมากมาย ตั้งแต่ประเพณี ผลผลิตทางการเกษตร ปูชนียสถานสำคัญ สถานที่ท่องเที่ยว ไปจนถึง “สมบัติคู่เมือง” ที่นักท่องเที่ยวอย่างเรา ๆ ก็สามารถเดินทางไปชมถึงที่ได้อย่างง่ายดาย อย่าง “งาช้างดำ”
งาช้างดำเป็นสมบัติที่ตกทอดมาในตระกูลของเจ้าเมืองน่านมาอย่างยาวนาน โดยลักษณะทั่วไปของงาช้างดำเป็นงาปลีสีน้ำตาลเข้มเกือบดำ มีความยาวกว่า 97 เซนติเมตร และมีน้ำหนักราว ๆ 18 กิโลกรัม ตัวงามีจารึกอักษรธรรมล้านนา ระบุถึงน้ำหนักของงาเอาไว้ว่า “กิ่งนี้หนักหนึ่งหมื่นห้าพัน” ตามมาตราวัดโบราณของฝั่งล้านนา ซึ่งข้อมูลทางวิชาการที่มีการตรวจสอบมาระบุว่าเป็นงาข้างซ้ายจากช้างต้นที่ช้างเจ้าของงาอายุราว ๆ 60 ปี
ที่มาของงานช้างดำนั้นเป็นปริศนา ซึ่งมีเรื่องเล่าถึงประวัติความเป็นมาอยู่หลายเรื่องด้วยกัน ตำนานหนึ่งเล่าว่าในสมัยเจ้าสุมนเทวราช มีพรานคนเมืองน่านเข้าป่าล่าสัตว์ไปถึงเขตแดนระหว่างไทยกับเชียงตุง ได้พบซากช้างตัวดำสนิทตายอยู่ในห้วย ซึ่งก็ได้พบกับพรานชาวเชียงตุงอีกคนหนึ่งที่มาพบเจอพอดีเหมือนกัน จึงตัดสินใจที่จะแบ่งงามาคนละกิ่งและนำไปถวายเจ้าเมืองของตน ซึ่งก็ทำให้งาช้างดำกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพว่าตราบใดที่งาช้างดำคู่นี้ยังอยู่ ทั้งน่านและเชียงตุงก้จะเป็นมิตรกันตลอดไป ในขณะที่อีกตำนานหนึ่งเล่าว่ากองทัพน่านยกไปตีเชียงตุง เชียงตุงจึงมอบงาช้างดำเอานี้ไว้ให้ 1 กิ่ง พร้อมกระทำสัตย์สาบานว่าจะเป็นมิตรและไม่รุกรานกันอีก
นอกเหนือจากตำนานทั้งสองแล้ว ยังมีอีกตำนานหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับงาช้างดำ โดยระบุว่าเป็นเรื่องของคำสาปที่พญาการเมือง ได้แช่งเอาไว้ว่างาช้าดำจะเป็นสมบัติของเมืองน่านและไม่ให้ใครนำไปเป็นของส่วนตัว ต้องเอาไว้ในหอคำเพียงอย่างเดียว ทำให้งาช้างดำยังคงถูกประดิษฐานเอาไว้ในหอคำตราบจนทุกวันนี้
งาช้างดำนับว่าเป็นอีกหนึ่งสมบัติสำคัญคู่เมืองน่านที่ยังอยู่คู่เมืองไม่จากไปไหน และกลายเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สร้างมูลค่าทางการท่องเที่ยวให้ทุกคนที่เดินทางมาจะต้องวะมาชื่นชมสมบัติอันล้ำค่าของเมืองน่านนี้อยู่เรื่อยไป
.
#ที่โปรดepisodeเที่ยวกัน#น่าน#ตำนาน#ประวัติศาสตร์#งาช้างดำ#BBL#BangkokBank#ธนาคารกรุงเทพ
