จินตนาการว่าคุณกำลังเดินผ่านห้องทรงงานแห่งหนึ่งในพระบรมมหาราชวัง เมื่อราว พ.ศ. 2400
.
แสงอาทิตย์กระทบ “โถปริกแก้วทรงกลีบมะเฟืองสีมรกต”จนระยิบระยับเหมือนผลแก้วมณี ![]()
ฝาปิดแต่ง “ยอดทอง”
เล็ก ๆ แวววาวเหมือนพระเกี้ยว ราวกับสวมมงกุฏให้ธาตุเขียวขจีดูสง่าขึ้นอีกขั้น ![]()
.
โถใบงามไม่ได้มาเดียวดายมันประทับบน “พานเงินถมทอง” ทรงกลีบบัว
ลายก้านต่อดอก วิ่งวนในแต่ละกลีบอย่างอ่อนช้อย เทคนิคถมทอง (ลงยาครั่งสีดำแล้วฝังทองคำ) ของช่างเมืองนครฯ ทำให้เส้นทองยิ่งพุ่งประกายบนผิวเงินขาว ราวกับวาดลายด้วยแสงแดดยามเช้า![]()
.
หนึ่งชุด 6 ชิ้น ประกอบด้วยโถ + ฝาครอบ + พาน + ตลับวางตัว + ช้อนตัก + ฐานรองครบครันตามธรรมเนียมราชสำนัก
.
ศิลป์ไทย–รัตนโกสินทร์ที่ “สี” เล่าเรื่อง
เขียวมะเฟือง = สีแห่งความอุดมสมบูรณ์และสุขภาพ (คนโบราณเชื่อว่าสีเขียวปัดเป่าพิษภัย)
ทองคำ = สิริมงคล ความรุ่งเรือง ชัยชนะ
เงินถม = เครื่องยศชั้นสูง สะท้อนฐานะผู้ครอบครอง
เมื่อลายบัว (สัญลักษณ์ความบริสุทธิ์) โอบอุ้มเขียวมรกต จึงสื่อถึง “ความดีงามที่ผลิบานในหัวใจผู้ใช้”ไม่แปลกเลยที่ราชสำนักยุครัตนโกสินทร์ตอนต้นนิยมวางบนโต๊ะเครื่องหวาน หรือใช้ถวายบูชาในพระราชพิธีสำคัญ ![]()
![]()
.
ทำไมต้องสะสม?
ฝีมือหายาก – ถมทองแท้เขียนมือทีละเส้น ต้องเผาซ้ำแล้วขัดเงาให้ทองฝังสนิทกับเนื้อเงิน
วัสดุชั้นเยี่ยม – แก้วโบราณเนื้อใสสีสม่ำเสมอ ไม่มีฟองอากาศหยาบ ยอดทอง 90–95%
เรื่องเล่าในชิ้นเดียว – จากผลิตผลยางไม้ (ครั่ง), เงินเมืองนคร, ทองคำ และแก้วหลอมทุกส่วนล้วน “เสด็จ” มาพบกันบนโต๊ะของคุณ
ใครได้ครอบครอง ไม่ได้ถือแค่ภาชนะ แต่วางประวัติศาสตร์ 19th-century ไว้บนชั้นโชว์พร้อมกลิ่นอายสยามในยุครุ่งเรือง ![]()
![]()

