“ตู้ลายทอง” งานศิลป์แห่งสยาม มรดกช่างไทยสมัยโบราณ

“ตู้ลายทอง” หรือ “ตู้พระธรรม” เป็นหนึ่งในงานศิลปกรรมที่สะท้อนถึงความวิจิตรบรรจงและภูมิปัญญาช่างไทยในอดีต ซึ่งได้รับการรวบรวมและเก็บรักษาตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) เพื่อเป็นแบบอย่างและแหล่งศึกษาสำหรับช่างไทยรุ่นหลัง

.

ปัจจุบัน ตู้ลายทองเหล่านี้ได้รับการจัดแสดงอย่างงดงามภายใน “นิทรรศการตู้ลายทอง” ณ อาคารถาวรวัตถุ (ตึกแดง) ภายในสำนักหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร ซึ่งช่วยให้ผู้สนใจได้สัมผัสถึงความงามอันประณีตของศิลปะไทยโบราณ

.

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงตระหนักถึงคุณค่าของ ตู้ลายทอง ซึ่งเป็น ศิลปกรรมที่สร้างขึ้นอย่างประณีตงดงาม ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาจนถึงรัตนโกสินทร์ จึงทรงโปรดเกล้าฯ ให้ รวบรวมและเก็บรักษา ตู้เหล่านี้ไว้ที่ หอพระสมุดสำหรับพระนคร เพื่อป้องกันการสูญหาย และเปิดโอกาสให้ผู้สนใจศึกษางานช่างไทย

.

ภายในนิทรรศการได้จัดแสดงตู้ลายทองจำนวน 47 ใบ ซึ่งถูกแบ่งออกเป็นห้องตามลักษณะและลวดลายของตู้ เช่น

ประเภทของขาตู้

  • ตู้ขาหมู : มีขาโค้งมนคล้ายขาหมู
  • ตู้ขาสิงห์: ขาตู้แกะสลักเป็นรูปสิงห์
  • ตู้ฐานสิงห์: ฐานมีลวดลายแบบสิงห์รองรับ
  • ตู้ขาคู้ : ขามีลักษณะโค้งคู้

.

ลวดลายและเรื่องราวบนตู้

  • รอยพระพุทธบาท : สะท้อนความศรัทธาในพระพุทธศาสนา
  • รามเกียรติ์ : เล่าเรื่องราวจากวรรณคดีไทย
  • ทวารบาล : รูปเทพผู้พิทักษ์ประตูวัด
  • ชาดก : เรื่องราวเกี่ยวกับพระอดีตชาติของพระพุทธเจ้า
  • พุทธประวัติ : เหตุการณ์สำคัญในพระชนม์ชีพของพระพุทธองค์

.

นอกจากความงามของลวดลายแล้ว เทคนิคการสร้างตู้ลายทองยังสะท้อนถึงความเชี่ยวชาญของช่างฝีมือในอดีต โดยแบ่งออกเป็น

  • ลายรดน้ำปิดทอง – ใช้ทองคำเปลวปิดลงบนพื้นรักดำ ขูดลวดลายให้เกิดความคมชัด
  • งานไม้จำหลัก – การแกะสลักไม้อย่างละเอียด พร้อมประดับกระจกสี
  • ลายกำมะลอ – ใช้สีฝุ่นผสมน้ำรักเขียนลวดลายบนพื้นไม้รักดำ ตัดเส้นด้วยสีทองเพื่อให้โดดเด่น

.

นิทรรศการตู้ลายทอง หนึ่งเดียวในสยาม ณ อาคารถาวรวัตถุ (ตึกแดง) เป็นการรำลึกถึง พระมหากรุณาธิคุณของรัชกาลที่ 5 ที่ทรงอนุรักษ์มรดกศิลปะไทยให้คงอยู่ถึงปัจจุบัน ภายในจัดแสดงบรรยากาศของหอพระสมุดเดิม พร้อมนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับเทคนิคงานช่างโบราณ

.

นี่ไม่ใช่เพียงแค่ตู้สำหรับเก็บคัมภีร์พระธรรม แต่เป็นมรดกศิลป์ที่สะท้อนถึงความรุ่งเรืองของงานช่างไทยที่ควรค่าแก่การศึกษาสืบไป