ถ้าพูดถึง “สะเต๊ะ” เชื่อว่าคนไทยหลาย ๆ คนอาจจะรู้สึกคุ้นเคยเป็นอย่างดีกับเนื้อเสียบไม้ปิ้งบนเตาถ่าน จิ้มกับน้ำจิ้มถั่วและอาจาดรสอร่อย แล้วเอาขนมปังปิ้งจิ้มกับน้ำจิ้มถั่วกินควบคู่กันไป อาหารที่เรารู้จักกันในนาม สะเต๊ะ นี้ เป็นอาหารที่มีถิ่นกำเนิดจากอินโดนีเซียและถูกเผยแพร่กระจายไปทั่วทั้งภาคพื้นสมุทรของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ขึ้นมาจนถึงประเทศไทยเลยทีเดียว
กล่าวกันว่าสะเต๊ะเกิดขึ้นครั้งแรกบนเกาะชวา ซึ่งมีตำนานหลายเรื่องที่กล่าวถึงที่มาของมัน เรื่องแรกเล่าว่าเป็นอาหารที่เข้ามาพร้อมกับศาสนาอิสลามที่นำโดยมาลิก อิบราฮีมราวต้นศตวรรษที่ 15 ซึ่งสะเต๊ะเป็นผลผลิตจากเทศกาลอีดิลอัฎฮาที่นำเอาเนื้อที่ถูกเชือดในเทศกาลดังกล่าวมาแจกจ่ายโดยมีลูกศิษย์ของมาลิก อิบราฮีมเป็นผู้นำเนื้อเหล่านั้นมาเสียบไม้ปิ้งอย่างอาหรับแล้วแจกจ่ายไป ในขณะที่เรื่องที่สองกล่าวว่าเกิดขึ้นในศตวรรษที่ 19 โดยพ่อค้าชาวอินโดที่ได้รับอาหารจานนี้มาจากเคบับในอินเดีย ซึ่งอินเดียรับมาจากชาวอาหรับมาอีกทีหนึ่ง ซึ่งความป๊อปปูล่าของอาหารจานนี้ก็ส่งอิทธิพลให้กับประเทศเพื่อนบ้านในภาคพื้นสมุทรอย่างมาเลเซีย บรูไน สิงคโปร์ ลามขึ้นมายังภาคพื้นทวีปอย่างในประเทศไทย ตลอดจนได้รับการเผยแพร่ไปยังศรีลังกา รวมถึงเนเธอร์แลนด์และซูรินาเมที่อยู่นอกทวีปเอเชียด้วย โดยสะเต๊ะดั้งเดิมนั้นจะใช้เนื้อวัวหรือเนื้อแกะเป็นหลัก ส่วนหมูสะเต๊ะนั้นเกิดจากคนจีนในอินโดนีเซียที่เอาสะเต๊ะมาดัดแปลงเป็นเนื้อหมูแทน
สำหรับการเข้ามายังประเทศไทยของสะเต๊ะนั้นคาดว่าเข้ามาในประเทศไทยนานพอสมควร เพราะในตำรากับข้าวในวัง ของหม่อมหลวงเนื่อง นิลรัตน์กล่าวว่าสะเต๊ะเข้ามาเป็นสำรับในราชสำนักราวสมัยรัชกาลที่ 5 โดยพระวิมาดาเธอ กรมพระสุทธาสินีนาฏซึ่งได้คนครัวชาวมุสลิมจากนครศรีธรรมราชมาสอนทำอาหารอย่างชวา ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ว่าสะเต๊ะได้เป็นที่นิยมในแถบภาคใต้ของไทยมาเป็นระยะเวลาหนึ่งพอสมควรก่อนที่จะเผยแพร่มาสู่ภาคกลาง
สะเต๊ะนับว่าเป็นอาหารที่ได้รับการยกย่องให้เป็นความภาคภูมิใจของอินโดนีเซียเลยทีเดียว ด้วยความอร่อย กินง่าย และเป็นที่แพร่หลายทำให้สะเต๊ะก้าวขึ้นมาเป็นอาหารในใจของใครหลายคนได้อย่างง่ายดาย
อ้างอิง:
ตำรากับข้าวในวัง ของหม่อมหลวงเนื่อง นิลรัตน์. กรุงเทพฯ : บัวสรวง, 2549,
https://en.brilio.net/…/the-origins-of-sate-the-history…
https://www.grapesandgrains.org/…/the-history-of-tasty…

