



“ผัดสามเหม็น” หลายๆ คนอาจฟังแล้วสะดุดหู เพราะนี่คือหนึ่งในเมนูอาหารไทยที่ชื่อทั้งแรงทั้งจริง

กลิ่นเหม็นที่ว่ามาจาก สะตอ, ชะอม, กระเทียมโทน ซึ่งเมื่อรวมกันในกระทะแล้ว รสชาติกลับหอม ไม่ได้เหม็นตามชื่อแต่อย่างใด

สะตอ
มีถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบมากในภาคใต้ของไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย กลิ่นเฉพาะตัวของสะตอมาจากกรด thiol ซึ่งหลายคนอาจไม่ชินกลิ่น แต่สำหรับชาวใต้นั้น นิยมนำไปผัดกับกะปิ น้ำปลา หรือกุ้งแห้ง ทั้งยังใช้เป็นสมุนไพรพื้นบ้านช่วยบำรุงไต และลดน้ำตาลในเลือด

ชะอม
พืชพื้นบ้านในวงศ์มะขาม (Fabaceae) ที่ขึ้นง่ายและพบได้ทั่วไทย โดยเฉพาะภาคกลางและอีสาน กลิ่นแรงเฉพาะตัวของชะอมทำให้เป็นจานโปรดของหลายๆคน เมื่อทอดเป็นไข่เจียว หรือเมื่อกินคู่กับน้ำพริก อีกทั้งยังมีสรรพคุณทางยา เช่น ขับลม บำรุงร่างกาย และช่วยให้เจริญอาหาร

กระเทียมโทน
เป็นกระเทียมพื้นบ้านขนาดเล็ก กลิ่นฉุนจัดกว่ากระเทียมจีน นิยมใช้ทั้งสด ดอง หรือผัด และมีบันทึกในตำรับยาไทยมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยว่า ช่วยลดความดัน ขับลม และป้องกันไข้หวัด เมื่อนำมาผัดให้หอม กลิ่นจะช่วยเสริมความหอมให้ผักชนิดอื่นได้อย่างดี
การผัดสามเหม็นมักนิยมใช้ ไข่ หรือ หมูสับ เพื่อเพิ่มความนัว เค็ม หวาน มัน ถึงขนาดคนไม่ชอบผักยังต้องยอมแพ้

บ้างก็ใส่กุ้งแห้งหรือปลาหมึกแห้ง
แม้ชื่อจะดูเป็น “ของต้องห้าม” สำหรับคนจมูกไว้ แต่จริง ๆ แล้ว ผัดสามเหม็นคือเมนูที่รวมพืชผักพื้นบ้านไทยเอาไว้ในจานเดียว
แต่แล้ว “ผัดสามเหม็น” ก็ไม่ใช่เมนูใหม่ที่เพิ่งมีขึ้นในยุคหลัง แต่เป็นเมนูที่มีต้นกำเนิดจาก ภูมิปัญญาชาวบ้านในภาคใต้ของไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพื้นถิ่นอย่าง สะตอ ชะอม และกระเทียมโทน ซึ่งต่างเป็นผักพื้นบ้านที่ปลูกง่าย กินง่าย และมีฤทธิ์ทางยา

เมนูนี้อาจเริ่มจากการนำผักเหลือในครัวมาผัดรวมกันเพื่อไม่ให้เสียของ แต่เมื่อได้ลองผัดรวมกันกลับ “อร่อยแบบไม่ตั้งใจ” กลายเป็นเมนูพื้นบ้านสุดป๊อปของคนไทย โดยเฉพาะในยุคที่หันกลับมานิยมอาหารพื้นถิ่นและอาหารเพื่อสุขภาพ

บางตำรับใส่ พริกแกงใต้ เพิ่มความร้อนแรง หรือใช้ ไข่เป็ด แทนไข่ไก่ให้ความมันมากขึ้น ทำให้ “ผัดสามเหม็น” กลายเป็นเมนูที่ดึงรสจัด กลิ่นแรง และคุณค่าอาหารพื้นบ้านไว้อย่างครบถ้วนในจานเดียว


#จานโปรด#ผัดสามเหม็น#อาหารพื้นบ้าน#เหม็นแต่แซ่บ#สะตอ#ชะอม#กระเทียมโทน#BBL#BangkokBank#ธนาคารกรุงเทพ

