“กระบก” (บ้านผู้เขียนเรียก ระกาย) นับว่าเป็นอีกหนึ่งของกินเล่นกินเพลินที่ผู้เขียนชื่นชอบเมื่อครั้งยังเยาว์วัย แต่ส่วนใหญ่เราก็มาเห็นมันในรูปแบบที่กลายมาเป็นเมล็ดแล้วนำไปคั่วก่อนที่จะกะเทาะเอาเนื้อสีขาวรสชาติมัน ๆ ข้างในออกมากิน กระบกคั่วอาจจะเป็นสิ่งที่ผู้เขียนรู้สึกคุ้นเคยที่สุดในยามที่พูดถึงกระบก แต่สำหรับที่ระยองแล้ว พวกเขากลับมีการนำเอากระบกมาทำอาหารที่ดูแตกต่างออกไปจากความรับรู้ของเราพอสมควร
ในแต่ละถิ่นล้วนเรียกชื่อของกระบกแตกต่างกันไปหลากหลาย ชาวอีสานอาจเรียกว่าหมากบก คนเหนืออาจเรียกว่ามะมื่น โดยเป็นต้นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ มีผลทรงกลมรี (ซึ่งผู้เขียนไม่เคยเห็นมาก่อน) เป็นไม้ที่พบขึ้นอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเรา โดยในส่วนของเนื้อสีขาวภายในเม็ดนั้นนิยมรับประทานกันโดยมีสรรพคุณทางยาในการบำรุงเส้นเอ็นและไขข้อกระดูกด้วย ด้วยลักษณะและรสชาติของมัน ทำให้บ่อยครั้งได้รับการขนานนามเล่น ๆ ว่าเป็นอัลมอนด์เมืองไทย
ที่ระยองมีการนำเอากระบกมาประกอบอาหารในลักษณะอื่น ๆ นอกเหนือจากการคั่วหรืออบแบบที่ทำกันปกติ โดยที่ระยองมีการนำเนื้อข้างในมาบดละเอียดคลุกเคล้าด้วยน้ำตาล แล้วเรียกมันว่า “กระราง” หรือ “ข้าวราง” ซึ่งในขั้นตอนการบดหรือตำนั้นตัวเมล็ดกระบกจะถูกบดจะมีลักษณะเหลวขึ้นมา ซึ่งที่ระยองจะตักเอากระบกที่ถูกตำจนเหลวใส่ในกรวยใบไม้ วางไว้ให้อยู่ตัวดี เวลาจะกินก็เอาไว้เสียบนข้าวสวยร้อน ๆ ให้อุณหภูมิช่วยให้กระบกนั้นนิ่มลง แล้วจึงเทคลุกเคล้ากับข้าวเปล่ากินเป็นกิบข้าวมีรสหวานมัน เขาว่าอร่อยดีนัก
จากกระบกคั่ว มาสู่กระราง การรังสรรค์อาหารจากวัตถุดิบที่มีนี้นับว่าเป็นอะไรที่แตกต่างและเป็นภูมิปัญญา การนำกระบกมาใช้ในแง่มุมอื่นนับว่าเป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนสำคัญของชาวระยองกับกระบกในฐานะของวัฒนธรรมอาหารได้ ส่วนตัวแล้วเรายังไม่เคยกินกระราง ถ้าใครเคยกิน หรือว่าที่ไหนมีขายก็มาบอกต่อกันในคอมเมนต์ได้น้าาาา

