ในวันที่ 10 ของเดือนมะหะหร่ำ(หรือมุรฮัมรอม) หรือ “วันอาชูรออ์” นับว่าเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญของศาสนาอิสลามซึ่งในแต่ละนิกายก็มีการปฏิบัติตนที่แตกต่างกันออกไป ในทางซุนนี่อาจจะถือศีลอดกันตามความเชื่อที่ว่าวันอาชูรออ์เป็นวันที่นบีมูซา (โมเสส) ได้ข้ามทะเลแดงพาอิสราเอลให้พ้นจากอียิปต์ และได้ถือศีลอด แต่ในทางชีอะห์มองว่าวันอาชูรออ์เป็นวันไว้อาลัยแด่การจากไปของอิหม่ามฮูเซ็นและมีพิธีแห่เจ้าเซ็นแบบที่เราพบกันในชุมชนสามกะดีสี่สุเหร่าในฝั่งธนบุรีเป็นต้น หรือในทางของซูฟีที่พบในตุรกีและอนาโตเลียก็นับถือว่าวันนี้เป็นวันรำลึกถึงการขึ้นเป็นมรณสักขีของอิหม่ามฮูเซ็น
เมื่อมีพิธีกรรม แน่นอนว่าก็ย่อมมีอาหาร สำหรับอาหารที่พบในไทยอย่างเช่น “ขนมอาชูรอ” ก็เป็นที่นิยมและมักจะทำในช่วงเวลาดังกล่าว โดยอาซูรอหรือบูโบร์ซูรอที่พบเห็นกันในไทยนี้มีลักษณะเป็นขนมกวนสีออกเข้ม ๆ ดำ ๆ คล้ายกับขนมเปียกปูน ในพื้นที่อื่นทางฝั่งตะวันตกเองก็มีขนมอาชูรอเหมือนกันทว่าหน้าตากลับต่างไปจากอาชูรอที่เรารู้จักกันอย่างสิ้นเชิง
พุดดิ้งโนอาห์ หรืออาชูรอ (Açure) เล่ากันเป็นตำนานสืบต่อกันมาว่าเป็นอาหารที่นบีนุฮ (โนอาห์) ให้คนรังสรรค์ขึ้นมาหลังน้ำท่วมโลกที่แผ่นดินได้รับผลกระทบจนไม่มีพืชพรรณใด ๆ ให้เก็บกิน จึงได้ให้คนที่เหลือไปเอาอาหารที่พอเหลือมากองรวม ๆ กันแล้วกวนจะมีลักษณะคล้ายกับโจ๊กหรือพุดดิ้งอย่างหนึ่งขึ้นมา จึงเป็นที่มาของชื่อพุดดิ้งโนอาห์ อย่างไรก็ดีในช่วงสมัยออตโตมัน อาหารดังกล่าวก็ถูกใช้เป็นอาหารอวมงคลที่ทำขึ้นมาในยามที่คนในครอบครัวเสียชีวิต ซึ่งสอดคล้องกับธรรมเนียมการทำขนมอาชูรอในวันอาชูรออ์ของชาวชีอะห์ เพื่ออาลัยให้กับการจากไปของอิหม่ามฮูเซ็นนั่นเอง ทำให้เกิดการสันนิษฐานว่าในตุรกีมีการนำเอาพุดดิ้งโนอาห์มาโยงเข้ากับวันอาชูรออ์ในยุคจักรวรรดิออตโตมัน
ในส่วนของบูร์โบซูรอที่พบในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นขนมตัวเดียวกันกับพุดดิ้งโนอาห์ไหม? ก็เป็นไปได้ เพราะอาซูรอไม่ได้เป็นขนมที่มีสูตรตายตัว มีอะไรก็เอามากวนรวมกัน ตลอดจนเรื่องราวของบูร์โบซูรอกับพุดดิ้งโนอาห์ก็มีเรื่องเล่าเรื่องเดียวกัน แตกต่างตรงที่วัตถุดิบที่สองทวีปอาจจะใช้ไม่เหมือนกัน โดยความแตกต่างของวัตถุดิบนี่เองที่อาจจะทำให้ขนมนี้หน้าตาไม่เหมือนกันก็เป็นไปได้
อ้างอิง:
https://www.bbc.com/…/20220404-the-worlds-oldest-dessert
https://www.academia.edu/…/_Adam_and_Eves_Wheat_Porridge_

