วัดบรมนิวาส กับดาวนพเคราะห์บนฝาผนัง

จิตรกรรมฝาผนังในวัดไทยนับว่าเป็นอะไรที่ดูไม่ซ้ำกันเลยถึงแม้ว่าส่วนใหญ่จะวาดในท้องเรื่องเดียวกันตามขนบ แต่ก็มีอยู่หลายวัดหลายที่ที่วาดงานจิตรกรรมฝาผนังแตกต่างออกไปจากขนบธรรมเนียมเดิม เกิดเป็นภาพที่แตกต่างและเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละวัดไป อย่างเช่นที่วัดบรมนิวาสแห่งนี้ที่มีทั้งปริศนา ตลอดจนภาพดาวนพเคราะห์ที่วาดเป็นดาวกลม ๆ ตามดาราศาสตร์ขึ้นมา

.

วัดบรมนิวาส เป็นวัดที่สร้างขึ้นโดยพระวชิรญาณเถระ ซึ่งดำเนินการก่อสร้างมากระทั่งพระวชิรญาณเถระขึ้นครองราชย์เป็นพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งงานสร้างส่วนใหญ่รวมถึงจิตรกรรม จึงเป็นงานสมัยใหม่ตามแบบแผนอย่างงานในรัชกาลที่ 4 ซึ่งผลงานภาพจิตรกรรมของวัดบรมนิวาสนั้น ก็เป็นผลงานของจิตรกรเอกคนสำคัญอย่าง “ขรัวอินโข่ง”

.

แม้ว่าภาพดวงดาวต่าง ๆ ในพระอุโบสถวัดบรมนิวาสจะไม่ได้มีชื่อบอกชัดเจนว่าดวงไหนเป็นดวงไหน แต่ทั้งนี้ก็มีดาวที่มีลักษณะเฉพาะและสามารถรู้ได้ชัดว่าเป็นดาวอะไรอยู่ 4 ดวง คือพระอาทิตย์ที่ผนังหลังพระประธาน ดาวเสาร์บนผนังด้านขวามือ ดาวพฤหัสบนผนังด้านซ้ายมือ และพระจันทร์บนผนังสกัดฝั่งตรงข้ามพระประธาน (ในภาพประกอบ)

.

การปรากฏของดาวนพเคราะห์ที่ใช้หน้าตาตรงตามองค์ความรู้ดาราศาสตร์ตะวันตกนี้ นับว่าเป็นภาพแรก ๆ ในไทย ทำให้เป็นหนึ่งในภาพเด่น ๆ ของวัดที่ยังคงอยู่อย่างยาวนานจนถึงปัจจุบันด้วย

.

ดวงดาวเหล่านี้ก็สามารถผูกเข้ากับปริศนาธรรมได้ด้วยในอีกแง่หนึ่งอย่างเช่นภาพของผนังพระจันทร์นี้ ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุลได้กล่าวถึงในบทความเรื่อง “ถอดรหัสวัดบรมนิวาส เมื่อ ร.4 ซ่อนสัญลักษณ์แนวใหม่ในอาราม” ว่าสื่อถึงการหลุดพ้น โดยเปรียบเมืองมืดที่อยู่ด้านล่างของผนังเป็นดุจสังสารวัฏที่ ในขณะที่พระจันทร์และเทวดาด้านบนเป็นตัวแทนของพระพุทธและพระพุทธศาสนาที่ลงมาทำลายภูเขาที่บดบังเหนือเมืองมืดให้ได้พบกับแสงสว่างหรือการหลุดพ้นขึ้นมา

.

จิตรกรรมที่วัดบรมนิวาสนับว่าเป็นอีกหนึ่งงานชิ้นเอกและชิ้นสำคัญในศิลปะไทยที่แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการและการเอนเอียงเข้าสู่งานจิตรกรรมอย่างตะวันตกที่มีการเน้นเรื่องความสมจริง ตลอดจนความลึกความตื้นและการเล่าเรื่องที่แตกต่างไปจากขนบเดิม ๆ ที่เคยมี

.

เรียบเรียงโดยเพจสุดโปรด by Bangkok Bank

.