หวีที่เราใช้จัดแต่งทรงผมกันทุกวันนี้…เคยสงสัยไหมว่า มนุษย์เริ่มใช้หวีกันตั้งแต่เมื่อไหร่ ? คำตอบอาจยังไม่มีใครระบุได้แน่ชัด
.
แต่ในดินแดนไทย เราพบหลักฐานของ “หวี” ที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่ค้นพบในขณะนี้ เป็นหวีทำจากงาช้างนำเข้าจากอินเดีย ซึ่งพบที่ เมืองโบราณจันเสน อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ระหว่างการขุดค้นเมื่อ พ.ศ. 2511–2512 และเมื่อตรวจสอบอายุ พบว่าหวีชิ้นนี้มีอายุราว 2,000 ปี!
.
แม้กาลเวลาจะทำให้หวีชำรุดและซี่หวีแตกหักไปหลายส่วน แต่สิ่งที่ยังคงสะดุดตาคือบริเวณด้านบนของหวี ซึ่งมีการ แกะสลักลวดลายไว้ทั้ง 2 ด้าน สะท้อนให้เห็นว่า หวีชิ้นนี้อาจไม่ได้เป็นเพียงของใช้ธรรมดา
.
นักวิชาการสันนิษฐานว่า ลวดลายบนหวีมีรูปแบบใกล้เคียงกับศิลปะอินเดียภาคใต้ แบบอมราวดี ซึ่งอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 6–8 จึงเป็นหลักฐานที่น่าสนใจถึงการติดต่อแลกเปลี่ยน ระหว่างดินแดนอินเดียกับพื้นที่ในสยามเมื่อกว่า 2,000 ปีก่อน
.
ด้านหนึ่งของหวีสลักเป็น รูปหงส์ ส่วนอีกด้านแบ่งลวดลายออกเป็น 2 แถว แถวบนเป็น สัญลักษณ์มงคล 8 อย่างตามคติอินเดีย ได้แก่ พระอาทิตย์หรือพระจันทร์ หม้อปูรณฆฏะ รวงผึ้ง ศรีวัตสะ ฉัตร สังข์ แส้จามร และพระจันทร์หรือพระอาทิตย์ ส่วนด้านล่างเป็น รูปม้า
.
เมื่อพิจารณาจากลวดลายทั้งหมด นักวิชาการจึงสันนิษฐานว่า หวีชิ้นนี้อาจไม่ได้มีหน้าที่เพียงใช้สำหรับจัดแต่งเส้นผมเท่านั้น แต่ลวดลายมงคลอาจมีความหมายในด้าน การนำสิริมงคลมาสู่ผู้ใช้ หรืออาจถูกนำไปใช้ประกอบพิธีกรรมบางอย่างก็เป็นได้
.
ลองคิดดูว่าเมื่อ 2,000 ปีก่อน มีใครบางคนหยิบหวีงาช้างเล่มนี้ขึ้นมาใช้ และอาจไม่เคยรู้เลยว่าอีกสองพันปีต่อมา ของใช้ส่วนตัวชิ้นหนึ่งจะกลายเป็นหลักฐานสำคัญ ที่ช่วยบอกเล่าเรื่องราวของการเดินทาง วัฒนธรรม และความเชื่อจากอินเดียสู่ดินแดนสยาม
เรียบเรียงโดย เพจสุดโปรด by Bangkok Bank

