ข้าวปุกงา ขนมข้าวเหนียวที่ผูกพันกับชาวเหนือ

หากพูดถึงของกินเล่นในช่วงฤดูหนาวของภาคเหนือ “ข้าวปุกงา” นับเป็นอีกหนึ่งขนมพื้นถิ่นที่มีเอกลักษณ์ ทั้งรูปลักษณ์สีคล้ำจากงาขี้ม่อน เนื้อสัมผัสเหนียวนุ่ม และกลิ่นหอมเมื่อย่างบนเตาถ่าน แต่เบื้องหลังขนมเรียบง่ายชนิดนี้กลับเชื่อมโยงกับวิถีชีวิต ประเพณี และพิธีกรรมของผู้คนในพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มชาติพันธุ์ในภาคเหนือของไทย

.

ข้าวปุกงานิยมใช้ข้าวเหนียวใหม่ ซึ่งเพิ่งเก็บเกี่ยวในช่วงปลายปี นำมานึ่งให้สุกแล้วตำขณะที่ยังร้อนอยู่ เพื่อให้เมล็ดข้าวแหลกและรวมตัวเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นจึงใส่งาขี้ม่อนและเกลือ ตำต่อจนได้เนื้อเหนียวหนึบ ก่อนนำมารีดเป็นแผ่นหรือปั้นเป็นก้อน ข้าวปุกงาบางพื้นที่ยังโรยงาขี้ม่อนเพิ่มอีกครั้ง แล้วนำไปย่างไฟให้ผิวด้านนอกเกรียมหอม ขณะที่ด้านในยังคงนุ่มเหนียว

.

ข้าวปุกงาพบได้ในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ และมีชื่อเรียกแตกต่างกันไป เช่น ข้าวหนุกงา โดยคำว่า “หนุก” นี้มีความหมายถึงการคลุกเคล้า ในขณะที่ชาวไทใหญ่มีคำอธิบายชื่อ “ข้าวปุก” ว่าเกี่ยวข้องกับเสียงการตำข้าวในครกที่ดัง “ปุก ๆ” อย่างไรก็ตาม ข้าวชนิดนี้ไม่ได้มีเพียงสูตรเดียว แต่มีรายละเอียดแตกต่างกันตามแต่ละชุมชน

.

ที่น่าสนใจยิ่งกว่ารสชาติคือ ความหมายทางวัฒนธรรมของข้าวปุกงา เพราะสำหรับบางกลุ่มชาติพันธุ์ ข้าวปุกไม่ได้เป็นเพียงขนม หากเป็นอาหารที่สัมพันธ์กับเทศกาลข้าวใหม่และการเฉลิมฉลองหลังฤดูเก็บเกี่ยว เช่นชาวอาข่ามีการตำข้าวปุกในเทศกาลข้าวใหม่ โดยนำไปประกอบพิธีและแบ่งปันกันในชุมชน ขณะที่ชาวลาหู่มีการตำข้าวปุกในประเพณีกินวอ ซึ่งเป็นเทศกาลปีใหม่และช่วงเวลาแห่งการรวมญาติ ก่อนนำข้าวปุกไปไหว้บรรพบุรุษและแบ่งให้ลูกหลานกิน

.

จากข้าวเหนียวใหม่ งาขี้ม่อน และสากในครก ข้าวปุกงาจึงเป็นตัวอย่างของอาหารท้องถิ่นที่สะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่างข้าวกับคนได้อย่างชัดเจน และหากมีโอกาสขึ้นเหนือในช่วงลมหนาว ลองชิมข้าวปุกงาร้อน ๆ สักแผ่น อาจไม่ได้เพียงสัมผัสรสชาติของขนมพื้นบ้าน แต่ยังได้ลิ้มรสเรื่องราวของวิถีชีวิตที่สืบทอดกันมาพร้อมกับข้าวเมล็ดใหม่ในแต่ละปีด้วย

.

เรียบเรียงโดยเพจสุดโปรด by Bangkok Bank