ก่อนที่น้ำประปาจะไหลเข้าทุกครัวเรือน คนไทยในอดีตมีเครื่องมือคู่บ้าน ที่ช่วยให้การตักน้ำจากบ่อน้ำเป็นเรื่องง่าย นั่นคือ “ครุ” หรือที่ชาวล้านนาเรียกว่า “น้ำทุ่ง” ภาชนะจักสานจากไม้ไผ่ที่สะท้อนภูมิปัญญาและความเข้าใจธรรมชาติของผู้คนในแต่ละท้องถิ่นได้อย่างน่าทึ่ง
.
ครุในอดีตมักสานจากตอกไม้ไผ่ มีรูปทรงหลากหลายทั้งทรงกระบอก ทรงถัง หรือทรงตะกร้า พร้อมหูสำหรับผูกเชือกหย่อนลงไปตักน้ำในบ่อ และทาด้วยรักหรือน้ำมันยางเพื่อป้องกันน้ำรั่วซึม ส่วนฐานด้านล่างทำเป็นกากบาทเพื่อให้ตั้งได้มั่นคง
.
สำหรับภาคเหนือ “น้ำทุ่ง” ถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น ด้วยรูปทรงกรวยป้อม ก้นแหลม และมีหูไม้ไขว้อยู่เหนือปากภาชนะ เมื่อหย่อนลงสู่ผิวน้ำ น้ำทุ่งจะตะแคงตัวโดยอัตโนมัติ ทำให้น้ำไหลเข้าได้ง่าย เพียงกระตุกเชือกเบา ๆ ก็สามารถตักน้ำขึ้นมาได้อย่างสะดวก ถือเป็นการออกแบบที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยความชาญฉลาด
.
น้ำทุ่งไม่ได้เป็นเพียงเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันเท่านั้น แต่ยังปรากฏอยู่ในภาพจิตรกรรมฝาผนังโบราณ เช่น ภาพคนหาบน้ำทุ่งที่วิหารจตุรมุข วัดภูมินทร์ จังหวัดน่าน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าภูมิปัญญานี้อยู่คู่ชาวล้านนามาหลายร้อยปี
.
แม้ปัจจุบันครุและน้ำทุ่งจะลดบทบาทลงจากการเข้าถึงระบบประปา แต่ในหลายชุมชนยังคงสืบสานงานจักสานชนิดนี้ต่อไป โดยปรับบทบาทจากเครื่องใช้ในครัวเรือนสู่ของตกแต่งบ้าน กระถางแขวน และของที่ระลึกที่บอกเล่าอัตลักษณ์ท้องถิ่นได้อย่างงดงาม
.
หนึ่งในชุมชนที่ยังคงอนุรักษ์การสานน้ำทุ่งไว้คือชุมชนบ้านธิ จังหวัดลำพูน ที่พัฒนาน้ำทุ่งจนกลายเป็นสินค้า OTOP สร้างรายได้ พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้สู่คนรุ่นใหม่ ให้ภูมิปัญญาพื้นบ้านชิ้นนี้ยังคงมีชีวิตอยู่ต่อไป

