พระองค์เจ้าดิลกนพรัฐ”ศรีแห่งเมืองเชียงใหม่”กับชีวิตแสนเศร้าของเจ้าชายดอกเตอร์แห่งสยาม

ในบรรดาพระราชโอรสพระองค์ต่าง ๆ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ได้ศึกษาต่อ ณ ต่างประเทศ มีอยู่พระองค์หนึ่งที่นับว่าโดดเด่นมากในเรื่องของการศึกษา ทรงเป็นดอกเตอร์พระองค์แรกของราชวงศ์จักรี ทรงเป็นนักเศรษฐศาสตร์อนาคตไกล ทว่า…เรื่องราวชีวิตของพระองค์นั้นแสนสั้น สั้นเสียจนใครหลาย ๆ คนอาจจะหลงลืมชื่อของพระองค์ไป

เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ 3 พฤษภาคมนี้ เราอยากจะขอพาทุกท่านย้อนกลับไปรู้จักเจ้าชายแห่งสยามพระองค์หนึ่ง ที่เป็นนักเศรษฐศาสตร์ยุคบุกเบิก และงานค้นคว้าของพระองค์ได้สร้างรากฐานความเข้าใจของโครงสร้างเศรษฐกิจไทยในยุคอดีตได้น่าสนใจ อย่าง “พระองค์เจ้าดิลกนพรัฐ” หรือ “พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นสรรควิไสยนรบดี”
.
๏ ศรีแห่งเมืองเชียงใหม่
.
สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าดิลกนพรัฐ เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาทิพเกสร เมื่อวันเสาร์ที่ 3 พฤษภาคม ปี 2427 ด้วยความที่พระมารดาเป็นเจ้านายฝ่ายเหนือ ทำให้พระองค์มีสถานะเป็นเหมือนกับลูกครึ่งสยาม-ล้านนา นี่เองที่เป็นเหตุให้ทรงได้รับพระราชทานนามเมื่อวันสมโภชเดือนว่า “ดิลกนพรัฐ” อันหมายถึง “ศรีแห่งเมืองเชียงใหม่”

พระองค์เจ้าดิลกนพรัฐ เป็นผู้ที่มีสติปัญญาฉลาดหลักแหลม และใฝ่เรียนรู้ เมื่อได้เสด็จไปศึกษาวิชาการที่อังกฤษในระดับชั้นประถมปลายได้ไม่นาน ก็ทรงแสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถด้วยการสอบติดโรงเรียนอีตันเป็นคนแรกของไทย ทว่าด้วยคำแนะนำของพระยาวิสุทธสุริยศักดิ์ ทำให้พระองค์ไม่ได้เข้าศึกษาที่อีตันดังที่ทรงตั้งพระทัยไว้

อย่างไรก็ดี ข่าวร้ายก็มาถึง ในระหว่างที่ทรงศึกษาต่อ ณ ประเทศอังกฤษ พระมารดาก็ทรงพระประชวรหนัก ทำให้พระองค์เจ้าดิลกนพรัฐต้องเสด็จกลับมาสยามเป็นการชั่วคราว ก่อนที่พระมารดาจะถึงแก่อสัญกรรม การจากไปของพระมารดาเป็นที่เศร้าโศกเสียใจ โดยพระองค์ได้พำนักอยู่ที่ไทยเป็นเวลาได้ประมาณ 8 เดือน จึงเสด็จกลับไปศึกษาต่อที่อังกฤษดังเดิม
.
๏ เจ้าชายดอกเตอร์แห่งสยาม

การว่างเว้นจากการเรียนไปเป็นเวลานาน ทำให้การกลับมาศึกษาต่อเต็มไปด้วยความยากลำบาก พระองค์ทรงเรียนตามพระสหายในชั้นไม่ทัน ต้องย้ายไปโรงเรียนเอกชน และย้ายไปศึกษาต่อ ณ ประเทศเยอรมนีในกาลต่อมา

พระองค์ทรงฝึกภาษาเยอรมันอย่างมุ่งมั่น จนทรงแตกฉานและสำเร็จชั้นมัธยมศึกษา ก่อนจะทรงสอบเข้าศึกษาต่อที่มิวนิกในหลักสูตรเศรษฐศาสตร์การเมือง พระองค์ก็ฝักใฝ่จนสำเร็จการศึกษาสูงถึงระดับชั้นดุษฎีบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยทือบิงเงิน ขณะทรงมีชันษาได้ 23 ปี เป็นเจ้านายไทยพระองค์แรกและคนไทยคนที่ 2 ที่สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาเอกนี้

ผลงานทางด้านวิชาการสำคัญของพระองค์เจ้าดิลกนพรัฐก็คือเรื่อง “เกษตรกรรมในสยาม: บทวิเคราะห์เชิงประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ” ซึ่งเป็นผลงานวิชาการที่ประสบความสำคัญและได้รับความสนใจจากเหล่านักเศรษฐศาสตร์การเมืองที่สนใจในความเป็นไปของเศรษฐกิจในประเทศสยามขณะนั้น

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ ทรงวางกรอบวิเคราะห์สยามในบริบทของรัฐเกษตรกรรม ซึ่งระบุว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้สยามเป็นประเทศเกษตรกรรมก็คือเหล็กในธรรมชาติมีน้อย อากาศร้อนไม่เอื้อต่ออุตสาหกรรม และการเกษตรยังคงให้ผลตอบแทนที่ดี ตลอดจนทรงชี้ให้เห็นถึงอุปสรรคในการพัฒนาประเทศอย่างการขาดแคลนเงินทุนและสินเชื่อ อีกทั้งยังทรงเสนอให้มีการปฏิรูประบบภาษี และแนะนำให้จัดตั้งระบบสหกรณ์ออมทรัพย์ด้วย ซึ่งเป็นแนวคิดที่นับว่าใหม่สำหรับสยาม และเป็นอะไรที่มาก่อนกาลมาก ๆ
.
๏ นักเศรษฐศาสตร์อนาคตไกล
.
หลังจากที่พระองค์เจ้าดิลกนพรัฐเสด็จกลับถึงสยาม ก็ทรงเข้ารับราชการในกระทรวงมหาดไทยตำแหน่งปลัดกรมพิเศษ แผนกอัยการต่างประเทศ และเลื่อนขึ้นเรื่อย ๆ ตามลำดับ ทั้งเป็นปลัดสำรวจกรมมหาดไทยฝ่ายเหนือ เจ้ากรมเลขานุการ จนถึงตำแหน่ง เจ้ากรมพลำภัง และผู้ช่วยราชปลัดทูลฉลอง ตลอดจนได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นพระองค์เจ้าต่างกรม เป็น “พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นสรรควิไสยนรบดี” ด้วย

อย่างไรก็ดี อนาคตที่สดใสและกว้างไกลของพระองค์กลับสิ้นสุดลงอย่างรวดเร็วและไม่มีใครคาดคิด

๏ ชีวิตแสนเศร้าของเจ้าชายดอกเตอร์

ย้อนกลับไปเมื่อคราวเจ้าจอมมารดาทิพเกสรถึงแก่อสัญกรรม พระองค์เจ้าดิลกนพรัฐจึงได้ทรงอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าดารารัศมี ซึ่งเป็นที่พึ่งหนึ่งเดียวที่เป็นชาวล้านนาเหมือนกัน โดยภายใต้การดูแลของเจ้าดารารัศมีนี่เองที่นำพาให้พระองค์ได้พบกับ “เจ้าศิริมา ณ เชียงใหม่” ความใกล้ชิดก่อเกิดเป็นความรักให้ทั้งสองได้ตกลงปลงใจและทรงเสกสมรสกัน

ความสุขของการครองคู่ ไม่ได้ยั่งยืนดังที่คาดหวังไว้ เมื่ออุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันได้ทำให้เจ้าศิริมาจมน้ำจากการลงไปช่วยข้าหลวงที่ตกน้ำ เป็นเหตุให้ถึงแก่พิราลัย ความตายนี้เปรียบเสมือนกับฟ้าที่ผ่าลงกลางพระทัยของพระองค์เจ้าดิลกนพรัฐให้ทรงวิโยคเป็นหนักหนา ก่อนที่จะประชวรด้วยโรคเส้นประสาทพิการ รักษาไม่หาย และในท้ายที่สุด พระชนม์ชีพของพระองค์ก็สิ้นสุดลงหลังเสียงปืนนัดหนึ่งดังขึ้นในวันที่ 12 มกราคม ปี 2456

ประเด็นเรื่องการปลงพระชนม์พระองค์เองนี้ ยังคงเป็นปริศนาที่ได้รับการกล่าวถึงมาอย่างยาวนานถึงสาเหตุที่แท้จริง เป็นเพราะความเศร้าจากการสูญเสียงั้นหรือ? หรือเป็นเพราะพระอาการประชวรที่รักษาไม่หาย? หรือจริง ๆ แล้วเป็นเพราะความเครียดจากเรื่องราชการบ้านเมือง? ก็ยังคงเป็นเรื่องที่ยืนยันไม่ได้แน่ชัด
.
เรื่องราวของพระองค์เจ้าดิลกนพรัฐ แม้ว่าจะไม่ได้เป็นเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่และจบลงอย่างสวยงาม ทว่ามรดกของพระองค์ในฐานะของนักวิชาการเศรษฐกิจที่ส่งต่อผ่านผลงานการศึกษาของพระองค์ก็นับว่าเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ แม้ว่าเรื่องราวชีวิตของพระองค์จะแสนสั้น และไม่ได้ทรงทิ้งอะไรไว้มากมาย กระนั้นวิทยานิพนธ์ฉบับเล็ก ๆ ของพระองค์ก็ได้สะท้อนให้เห็นถึงพระปณิธานที่ปรารถนาที่จะพัฒนาเศรษฐกิจไทยให้ก้าวไปข้างหน้า เป็นความห่วงใยที่ทรงทิ้งไว้ แม้ว่าจะไม่มีพระวโรกาสได้ทำมันขึ้นมาจริง ๆ ก็ตามที

#สุดโปรด#ชีวประวัติ#บุคคล#พระองค์เจ้าดิลกนพรัฐ#ประวัติศาสตร์#เศรษฐศาสตร์#เศรษฐกิจ#BBL#BangkokBank#ธนาคารกรุงเทพ