ท่ามกลางความคึกคักของกรุงเทพมหานคร สวนสาธารณะเปรียบเสมือนโอเอซิสแห่งความสงบที่โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติอันร่มรื่น ซึ่งในกรุงเทพฯ เองก็มีหลายสวน แต่ถ้าจะพูดถึงหนึ่งในสวนที่ได้รับความนิยมสูงสุดในพักหลังมานี้ สวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมพื้นที่ถึง 453 ไร่ นามว่า “สวนเบญจกิติ” แห่งนี้ ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งสวนสาธารณะขวัญใจของชาวกรุงเทพฯ ในปัจจุบัน
สวนเบญจกิติเดิมเป็นที่ตั้งของโรงงานยาสูบ ต่อมาได้รับการพัฒนาโดยกระทรวงการคลัง กรมธนารักษ์ ร่วมกับกองทัพบก และการยาสูบแห่งประเทศไทย เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในวาระที่ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ เมื่อปี พ.ศ. 2535
สวนแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือ “สวนน้ำ” เนื้อที่ประมาณ 130 ไร่ ที่เปิดใช้งานมาตั้งแต่ปี 2535 และ “สวนป่า” ส่วนใหม่ที่แล้วเสร็จในเดือนเมษายน 2565 ปัจจุบันอยู่ภายใต้การดูแลของกรุงเทพมหานคร
ความพิเศษของสวนเบญจกิติคือการออกแบบภายใต้แนวคิด “ป่ารักษ์น้ำ” โดยมีพื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่เพื่อสร้างระบบนิเวศเลียนแบบธรรมชาติที่สมบูรณ์ สวนทำหน้าที่เหมือนฟองน้ำที่กักเก็บน้ำจากคลองไผ่สิงโต ช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมขังในกรุงเทพฯ พร้อมบำบัดน้ำเสียด้วยวิธีธรรมชาติ ที่สวนแห่งนี้เก็บรักษาต้นไม้เดิมทั้งหมด 1,733 ต้น และเพิ่มต้นไม้ใหม่อีก 7,155 ต้น โดยใช้พรรณไม้พื้นเมืองกรุงเทพฯ กว่า 300 ชนิด ออกแบบเป็นสวนแบบวนเกษตรที่ประกอบด้วยพรรณไม้หลากหลายระบบนิเวศ ทั้งป่าชายเลน บึงน้ำจืด ป่าดิบลุ่มต่ำ และป่าดิบแล้ง กลายเป็นพื้นที่เรียนรู้ธรรมชาติและช่วยอนุรักษ์พรรณไม้พื้นถิ่นที่กำลังหายากไป
สวนเบญจกิติเป็นอีกหนึ่งสถานที่พักผ่อนและพื้นที่ของคนรักสุขภาพ โดยมีเส้นทางสำหรับออกกำลังกายที่หลากหลาย ได้แก่
-ทางเดินธรรมชาติ 5.8 กิโลเมตร
-เส้นทางวิ่ง 2.8 กิโลเมตร
-เส้นทางจักรยาน 3.4 กิโลเมตร
-Sky Walk ทางเดินลอยฟ้ายาว 1.6 กิโลเมตร เชื่อมต่อไปถึงสวนลุมพินี
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมบนน้ำ เช่น ปั่นเรือเป็ดและพายเรือคายัก พื้นที่สำหรับสุนัข ศูนย์กีฬาในร่มที่รองรับกีฬา 7 ชนิด และอาคารพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ รองรับผู้เข้าชมได้ถึง 3,000 คน เลยทีเดียว



#สุดโปรด#สวน#สวนสาธารณะ#สมเด็จพระพันปี#สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์#ท่องเที่ยว#ธรรมชาติ#กรุงเทพ#เที่ยวไทย#BBL#BangkokBank#ธนาคารกรุงเทพ

