มัสยิดเซฟี กับเรื่องราวของแขกสะระบั่นทองที่ซ่อนตัวอยู่ในหลืบโกดังของท่าดินแดง

“ท่าดินแดง” แหล่งของกินสุดฮิตย่านฝั่งธนบุรีที่เต็มไปด้วยร้านรวง ตลอดจนตลาดที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและวิถีชีวิตของผู้คนที่ตั้งอยู่ตรงข้ามกับท่าราชวงศ์ อีกหนึ่งย่านการค้าที่ถูกกั้นกลางด้วยแม่น้ำเจ้าพระยาสายใหญ่ ทั้งท่าดินแดงและท่าราชวงศ์ก็ล้วนแต่เป็นท่าน้ำสำคัญ ตลอดจนเป็นที่สินค้าต่าง ๆ เข้ามาเทียบท่าขึ้นฝั่งมาตั้งแต่ในอดีต ฝั่งทางนู้นมีโกดังสินค้า ฝั่งทางนี้ก็มีโกดังสินค้าเหมือนกัน ทว่าในระหว่างที่เดินลัดเลาะเข้ามาในดงโกดังสินค้า พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นกับตรอกแคบ ๆ ระหว่างโกดัง จะมีสักกี่คนกันเชียวที่รู้ว่าตรอกเล็ก ๆ ตรอกนี้จะพาให้เราได้ไปพบกับอีกหนึ่งอัญมณีทางสถาปัตยกรรมที่ซ่อนตัวอยู่เงียบ ๆ หลังโกดังที่รายรอบ เป็นอีกหนึ่งโบราณสถานและแหล่งวัฒนธรรมที่บอกเล่าถึงเรื่องราวของกลุ่มบุคคลเล็ก ๆ แต่มีบทบาทสำคัญในการค้าของไทยช่วงหนึ่งอย่าง “ดาวุดีโบห์รา”

.

เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เราได้มีโอกาสไปเดินชมภายในอาคารเก่าแก่สำคัญในย่านคลองสานอย่าง “มัสยิดเซฟี” หรือมัสยิดตึกขาวมาซึ่งได้เปิดให้เข้าชมโดยทางศูนย์การเรียนรู้มัสยิดเซฟีที่อยากจะเชิญชวนให้ผู้คนได้รู้จักเกี่ยวกับเรื่องราวของชาวดาวุดีโบห์ราให้มากขึ้น โดยมัสยิดเซฟี เป็นมัสยิดที่สร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมผสมผสานกอธิครีไววัล สูงสองชั้น ยกพื้นสูง โดยเป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจของชาวมุสลิมดาวุดีโบห์รามายาวนานนับร้อยปี ภายในมีลักษณะเป็นโถงโปร่งที่แบ่งออกเป็น 2 ชั้น โดยด้านบนเป็นระเบียงรายรอบฉลุเป็นลวดลายสวยงาม พร้อมกับมีหน้าต่างกระจกสีจากยุโรปรายรอบด้วย โดยเป็นมัสยิดเนื่องในศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์กลุ่มดาวุดีโบราห์แห่งเดียวในประเทศไทยด้วย

.

ในประชากรมุสลิมส่วนใหญ่ อย่างที่เราทราบกันดีคือมีนิกายหลักอยู่ 2 นิกาย คือซุนนีและชีอะห์ ซึ่งชีอะห์นี้เป็นนิกายส่วนน้อยเมื่อเทียบกับจำนวนของประชากรซุนนี แต่ในขณะเดียวกันชีอะห์ทั่วไปว่าน้อยแล้ว ดาวุดีโบราห์ยิ่งน้อยเข้าไปใหญ่ โดยดาวุดีโบราห์เป็นกลุ่มย่อยของนิกายชีอะห์ และมีประชากรทั่วโลกอยู่ราว ๆ 1 ล้านคนเท่านั้นเอง ซึ่งสำหรับชาวดาวุดีโบราห์ในไทยมีอยู่ราว ๆ 500 คนโดยประมาณ มีเอกลักษณ์สำคัญก็คือในส่วนของหมวก ที่หมวกของดาวุดีโบราห์จะเป็นหมวกถักที่เรียกว่าสะระบั่น อันเป็นที่มาของอีกชื่อหนึ่งของดาวุดีโบราห์ที่คนไทยเรียกกันว่า “แขกสะระบั่นทอง” นี่เอง

.

การเข้ามาของชาวดาวุดีโบราห์นี้ ในไทยเข้ามาราวสมัยรัชกาลที่ 5 ในฐานะของพ่อค้า โดยเดินทางมาจากคุชราตประเทศอินเดียเป็นหลัก ซึ่งก็นับว่า “แขก” ที่เดินทางแวะเวียนนำสินค้าเข้ามาขาย แต่ถึงอย่างนั้นก็มีดาวุดีโบห์ราบางกลุ่มที่ตัดสินใจที่จะไม่เป็นเพียงแค่แขก แต่ตัดสินใจที่จะตั้งรกรากอยู่ในดินแดนสยามแห่งนี้ด้วย เกิดเป็นชุมชนเล็ก ๆ ไม่กี่ครัวเรือนที่อาศัยอยู่แนบชิดกันในย่านราชวงศ์และย่านท่าดินแดง และได้มีการตั้งผู้นำชุมชน ตลอดจนซื้อดินแดนที่คลองสานเพื่อสร้างมัสยิดสำหรับชาวดาวุดีโบราห์ขึ้นมา ก็คือที่มัสยิดเซฟีแห่งนี้นี่เอง โดยในระยะแรกก็ปรากฏการตั้งชุมชนเล็ก ๆ ใกล้กับมัสยิดเพื่อความสะดวกในการเดินทางมาประกอบศาสนกิจ ทว่าเมื่อเวลาผ่านไป ที่ดินก็ถูกขายออกไปบ้าง ทำให้พื้นที่ของชาวดาวุดีโบราห์ในคลองสานปัจจุบันเหลือแค่ในส่วนของมัสยิดที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของกรมศิลปากรในช่วงหลายสิบปีมานี้ โดยมรดกที่หลงเหลือของชาวดาวุดีโบราห์ก็คือห้างร้านที่ระดับตำนานหลายแห่งที่เราอาจจะเคยได้ยินชื่อเสียงกันมาบ้างอย่างเช่น ห้างไนติงเกลโอลิมปิก ไปจนถึงห้างอับดุลราฮิม เจ้าของตึกระฟ้าสูงใหญ่ใกล้กับสวนลุมพินีนี่เอง

.

ตอนที่เราได้เดินทางไปก็ได้มีโอกาสฟังบรรยายจากเจ้าหน้าที่ของมัสยิดที่เป็นชาวดาวุดีโบราห์ที่บอกเล่าเรื่องราวของพวกเขาให้เราฟัง อีกทั้งยังได้ท่านเลขาฯของมัสยิดได้ให้ความรู้เกี่ยวกับสถาปัตยกรรมภายในของมิสยิดด้วย โดยภายในเป็นสถานที่สำหรับประกอบศาสนกิจของชาวดาวุดีโบราห์ ด้านล่างเป็นที่ประกอบพิธีของผู้ชาว ในขณะที่ระเบียงชั้นบนเป็นที่ปฏิบัติศาสนกิจของสตรี ซึ่งในระหว่างการประกอบพิธีอย่างเช่นการละหมาด ก็จะต้องมีเห็นตัวผู้นำหรืออิหม่ามผู้ประกอบพิธี ซึ่งด้านความที่มีระเบียงล้อมรอบ 4 ทิศ จึงมีการใช้เทคนิคที่ชาญฉลาดคือที่พื้นระเบียงที่อยู่เหนือที่นั่งของอิหม่ามนั้นจะมีการทำเป็นช่องที่ให้สตรีที่ประกอบพิธีอยู่ด้านบน (ทราบว่าเป็นภรรยาของอิหม่าม) สามารถมองเห็นตัวอิหม่ามที่กำลังนำพิธีอยู่ได้ ทำให้สามารถปฏิบัติศาสนกิจได้ไปพร้อม ๆ กัน อีกทั้งทางผู้นำชมยังได้ชี้ชวนให้ดูกับตะเกียงที่อยู่ภายในซุ้มเมียะหร็อบ (ซุ้มเว้าที่อิหม่ามจะอยู่นำละหมาด) ซึ่งกล่าวว่าเป็นตะเกียงรูปแบบพิเศษของดาวุดีโบราห์ที่จะมีมัสยิดละ 1 ดวงเท่านั้น

.

มัสยิดเซฟี อันที่จริงแล้วก็นับว่าเป็นมัสยิดปิดที่ไม่ได้เปิดให้เราเข้ามาชมได้อย่างสาธารณะ แต่ทั้งนี้ก็ใช่ว่าจะไม่เปิดเลย โดยทั่วไปแล้วที่มัสยิดเซฟีจะมีการเปิดเป็นวาระโอกาสทางศาสนา ซึ่งทางดาวุดีโบราห์นี้มีวันสำคัญมากถึง 150 วันเลย มัสยิดมักจะเปิดในช่วงเวลาเย็นเป็นหลักสำหรับการประกอบศาสนกิจ แต่ทั้งนี้ถ้าต้องการที่จะมาเยี่ยมชมเป็นกรณีพิเศษก็จำเป็นที่จะต้องทำเรื่องมา หรือหาโอกาสมาในช่วงงานที่เปิดเป็นสาธารณะ ซึ่งสปอยส์ว่าจะมีกิจกรรมใหญ่อีกครั้งหนึ่งในช่วงวันที่ 5 ธันวาคม ที่จะมีทั้งเวิร์กช็อป ตลอดจนกิจกรรมเสวนาให้ได้มาฟังกันด้วย

.

มัสยิดเซฟี ถึงแม้ว่าจะเป็นมัสยิดเล็ก ๆ ที่ในปัจจุบันเป็นมัสยิดที่ผู้คนอาจจะไม่ได้อาศัยอยู่ชิดใกล้กับตัวมิสยิดอีกแล้ว แต่ถึงกระนั้นด้วยความที่เป็นอีกหนึ่งหลักฐานสำคัญและเป็นร่องรอยการเดินทางเข้ามาอาศัยอยู่ในไทยของชาวดาวุดีโบราห์ ทำให้มัสยิดแห่งนี้กลายเป็นอีกหนึ่งสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่ยังคงมีการอนุรักษ์ และพยายามที่จะเผยแผ่และสร้างการรับรู้ถึงชาวดาวุดีโบราห์ซึ่งเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองเล็ก ๆ ในสังคมพหุวัฒนธรรมของไทยเราให้เป็นที่รู้จักอีกครั้งหนึ่ง

#สุดโปรด#ชุมชน#มัสยิด#มุสลิม#ผู้คน#สังคม#ประวัติศาสตร์#ดาวุดีโบราห์#ธนบุรี#กรุงเทพ#BBL#BangkokBank#ธนาคารกรุงเทพ