ถ้าพูดถึงสัญลักษณ์ของไทย
หลายคนอาจนึกถึงต้มยำกุ้ง วัด หรือมวยไทย แต่รู้ไหมว่า “ช้างไทย”
ก็เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่เดินทางผ่านศิลปะผ้าไทยไปไกลถึงต่างแดน
.
แบรนด์ วอเตอร์ เซนท์ (Water Scent) ก็ได้หยิบเอาความงดงามนี้มาสื่อสารผ่านเสื้อผ้าแสนสบาย ดีไซน์ร่วมสมัย ที่ใครเห็นก็ต้องร้องว้าว
.
อาภรณ์จากความรัก สู่งานฝีมือระดับแบรนด์
จุดเริ่มต้นของวอเตอร์ เซนท์นั้นมาจากความรักของคุณแม่ที่ชื่นชอบผ้าไทย
จนกลายมาเป็นแรงบันดาลใจของ คุณเฉลิมพล อารีย์เอื้อตระกูล กรรมการผู้จัดการ ที่ตั้งใจนำผ้าไทยมาออกแบบใหม่ให้เป็น “ของฝากที่มีคุณค่า” ไม่ใช่แค่ของฝากธรรมดา ๆ
.
จุดเด่นของแบรนด์คือ “ใส่สบายเหมือนน้ำแตะผิว” และ “ราคาจับต้องได้”
จนกลายเป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวที่มาเยือนไทย ต้องมีติดกระเป๋ากลับบ้านกันทุกคน!
.
ลายไทยก็เท่ได้ ถ้าออกแบบเป็น
วอเตอร์ เซนท์เริ่มต้นด้วย ผ้าพันคอผ้าฝ้ายทอมือ ลายไทย
และพัฒนาไปสู่ เสื้อผ้าไซซ์อินเตอร์ ที่สวมใส่ได้ทั้งชายหญิง ใส่ไปเที่ยวหรือใส่อยู่บ้านก็เท่ไม่แพ้ใคร โดยเฉพาะ ลายช้างทรงเครื่อง ที่ผสมผสานศิลปะไทยอย่างลงตัวกับกราฟิกสมัยใหม่ เป็นลายที่ ขายเฉพาะใน King Power Duty Free เท่านั้น!
.
เอกลักษณ์นี้โดนใจนักท่องเที่ยวจีน ญี่ปุ่น รัสเซีย อังกฤษสุด ๆ จนถึงขั้นมีประเทศจีนลอกลายผ้าและเลียนแบบแบรนด์เป็น WS เลยทีเดียว
.
ผ้าไทยจากทุกภูมิภาค กว่าจะมาเป็นเสื้อผ้าแสนสวย เบื้องหลังของทุกชุดจากวอเตอร์ เซนท์ คือผ้าจาก 3 ภาคหลักของไทย ![]()
ภาคเหนือ – ผ้าฝ้ายทอมือ ลายชาวเขา
ภาคอีสาน – ผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติจากกลุ่มแม่บ้าน
ภาคใต้ – ผ้าโสร่งเขียนลายแบบท้องถิ่น
ทั้งหมดนี้ไม่ใช่แค่เพิ่มความหลากหลายให้สินค้า แต่ยังช่วย กระจายรายได้กลับสู่ชุมชน เป็นห่วงโซ่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่ยั่งยืน ![]()
![]()
.
วอเตอร์ เซนท์ ยังไม่หยุดพัฒนา
ทั้งการสร้างโรงงานผลิตเอง
เพื่อควบคุมคุณภาพ และดีไซน์ลวดลายใหม่ ๆ ที่ผสานเอกลักษณ์ไทยเข้ากับความร่วมสมัย เพื่อให้คนรุ่นใหม่ก็ “ใส่ไทย” ได้อย่างภูมิใจ ![]()




