ลองจินตนาการถึงภาพหนึ่งที่มี พื้นหลังสีเข้มหรือดำ แล้วค่อย ๆ ปรากฏเรื่องราวขึ้นจากสีดินแดง สีมอคราม และสีเขียว ก่อนมีเส้นสีทองค่อย ๆ ขับรายละเอียดของภาพให้เด่นขึ้นมา
.
นี่คือเสน่ห์ของ “ลายกำมะลอ” งานศิลป์ที่ไม่ได้ใช้สีสันฉูดฉาดเพื่อดึงสายตา แต่เลือกใช้โทนสีหม่นกลมกลืน แล้วปล่อยให้เส้นทองเป็นตัวเล่าเรื่อง
.
เมื่อภาพหนึ่งภาพไม่ได้มีแค่ “สี” ลายกำมะลอเป็นงานเขียนที่ล้อกับ จิตรกรรมพหุรงค์ โดยมักถ่ายทอดออกมาเป็นภาพและเรื่องราวต่าง ๆ จุดเด่นสำคัญคือพื้นภาพที่มักเป็นสีเข้มหรือดำ แล้วจึงสร้างรายละเอียดขึ้นด้วยสีต่าง ๆ
ในรูปแบบหนึ่ง ช่างจะใช้ สีดินแดง สีมอคราม และสีเขียว เขียนเป็นภาพ ก่อนตัดเส้นด้วย “รัก” จากนั้นจึงโรยหรือแร่งฝุ่นทองลงบนแนวเส้นรัก เมื่อกวดทองให้แน่นแล้วปัดทองส่วนเกินออก จะเหลือเป็นภาพที่มี เส้นทองละเอียด ขับรูปทรงและรายละเอียดให้ชัดเจนขึ้น
บางชิ้นอาจเลือกใช้ ทองคำเปลว ปิดเป็นเส้นล้อมรอบรูปภาพแทน ทำให้เมื่อกระทบแสง เส้นทองจะยิ่งโดดเด่นตัดกับพื้นสีเข้ม
.
อีกวิธีที่ให้ความรู้สึกต่างออกไป ลายกำมะลอยังมีอีกลักษณะหนึ่งที่ใช้วิธี ปิดทองคำเป็นตัวภาพ แล้วตัดเส้นด้วยรัก คล้ายกับแนวทางการทำภาพเขียนลายรดน้ำ
.
จากนั้นจึงเขียนสีลงบนภาพด้วย ยางรักผสมสีฝุ่นธรรมชาติ และใช้วิธีโฉบคัดตัวภาพ เพื่อช่วยขับให้รายละเอียดของรูปเด่นชัดขึ้น
เมื่อมองภาพทั้งหมดจากระยะหนึ่ง สิ่งที่เห็นจึงไม่ใช่สีใดสีหนึ่งที่โดดออกมาอย่างรุนแรง แต่เป็น สีหม่นที่กลมกลืนกันทั่วทั้งภาพ กลายเป็นบรรยากาศเฉพาะตัวของลายกำมะลอ ความงามจึงอยู่ตรงความพอดีระหว่าง สี เส้น และพื้นภาพ สีไม่ได้แข่งกันเด่น เส้นทองไม่ได้มีไว้เพียงประดับ แต่ทุกองค์ประกอบทำงานร่วมกันเพื่อพาเรื่องราวในภาพออกมา
.
นี่อาจเป็นเหตุผลที่เมื่อมองลายกำมะลอใกล้ ๆ เราจะเห็นรายละเอียดเล็ก ๆ มากมาย แต่เมื่อถอยออกมา ภาพทั้งหมดกลับรวมตัวเป็นผืนเดียวกันอย่างกลมกลืน
เรียบเรียงโดย เพจสุดโปรด by Bangkok Bank

