ทำไมลวดลายบนผ้าไทยบางผืนจึงดูละเอียดราวกับภาพวาดและเมื่อกระทบแสง กลับเปล่งประกายอย่างมีมิติ ?
.
เบื้องหลังความงดงามนั้น คือหนึ่งในงานช่างโบราณที่ต้องใช้ทั้งความอดทน ความชำนาญ และสายตาที่ละเอียดอย่างมาก “งานปักสะดึงกรึงไหม” เป็นงานประณีตศิลป์ตามแบบราชสำนักไทยโบราณที่สืบทอดกันมานับร้อยปี
.
ในอดีต งานปักลักษณะนี้ใช้สำหรับเครื่องแต่งกายในราชสำนักเสน่ห์สำคัญอยู่ที่คำว่า “กรึงไหม” เพราะช่างไม่ได้เพียงปักเส้นไหมลงบนผ้า แต่ต้องควบคุมระยะของเส้นไหมให้ ถี่ เรียงตัวสม่ำเสมอ และแนบชิดจนแทบไม่เห็นช่องว่าง โดยเฉพาะงานปักตามแบบราชสำนักโบราณที่ต้องละเอียดกว่างานปักทั่วไป จนเกิดเป็นภาพที่มีทั้งมิติ น้ำหนัก และความพลิ้วไหว ราวกับภาพจิตรกรรมบนผืนผ้า
.
กว่าจะได้ลวดลายหนึ่งผืน ช่างต้องผ่านการฝึกฝนอย่างละเอียด ตั้งแต่การขึงผ้าบนสะดึง การร่างลวดลาย การเลือกเฉดสีไหม ไปจนถึงการควบคุมจังหวะของฝีเข็ม ทุกขั้นตอนต้องอาศัยทั้งประสบการณ์และความแม่นยำ เพราะเพียงความคลาดเคลื่อนเล็กน้อย ก็อาจทำให้ลวดลายทั้งภาพเสียสมดุลได้
.
องค์ความรู้นี้ยังถูกนำมาใช้สร้างสรรค์เครื่องแต่งกายโขนศิลปาชีพ และเป็นส่วนหนึ่งของงานหัตถศิลป์บน ชุดไทยพระราชนิยม โดยเฉพาะชุดที่ต้องการเน้นความวิจิตรและสง่างาม เช่น ชุดไทยจักรพรรดิ ซึ่งมีพื้นที่ของสไบและผืนผ้าที่ช่วยขับให้ลวดลายปักโดดเด่น เหมาะกับงานพิธีและโอกาสสำคัญ
เรียบเรียงโดย เพจสุดโปรด by Bangkok Bank









