“มะคอน” ลูกช่วงแห่งรัก จากลานบ้านสู่ตำนานไทดำ

ห่อผ้าสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ขนาดเพียง 3×3 นิ้ว มีสายยาวสำหรับเหวี่ยงหมุนก่อนปล่อยลอยไปกลางอากาศ ข้างในบรรจุเมล็ดมะขาม เม็ดนุ่น หรือเมล็ดพืชแห้งแบบเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยจังหวะหัวใจของหนุ่มสาว

.

สิ่งนี้เรียกว่า “มะคอน” และในภาษาไทดำเรียกว่า “อิ้นกอน”

▪️อิ้น แปลว่า เล่น

▪️กอน คือ ลูกช่วง

.

การทำมะคอนเริ่มจากผ้าสองชิ้นขนาด 4×4 นิ้ว เย็บประกบ กลับตะเข็บซ่อนด้านใน ใส่เมล็ดพืชลงไปให้แน่นพอเหมาะ แล้วเย็บปิดอย่างมิดชิด จากนั้นจึงเย็บเชือกหรือเศษผ้ายาวราว 1 เมตร ติดไว้กึ่งกลางด้านบนสำหรับหิ้วและเหวี่ยง ที่มุมทั้งสี่ตกแต่งด้วยเส้นผ้าเล็ก ๆ มุมละ 3–4 เส้น เพื่อให้สะบัดพริ้วสวยงามยามลอยอยู่กลางฟ้า เมื่อเหวี่ยงแรงพอเหมาะ มะคอนจะหมุนเป็นวง ก่อนพุ่งข้ามไปยังอีกฝั่งหนึ่ง และทุกสายตาจะจับจ้องที่จังหวะรับ

.

เมื่อถึงเดือน 5 ขึ้น 1 ค่ำ หนุ่ม ๆ จะเดินทางไปเล่นคอนต่างหมู่บ้าน เสียงแคนจะดังนำมาก่อน ตามด้วยเสียงปรบมือรับจังหวะ สาว ๆ ออกมาต้อนรับ เซิ้งแคน และร้องเพลงโต้ตอบ เนื้อเพลงเต็มไปด้วยการหยอกล้อ เกี้ยวพาราสี และคำอวยพร

.

ราวสองทุ่มจะถามไถ่ว่าจะเล่นต่อหรือไม่ หากตกลง ฝ่ายหญิงพาเลี้ยงอาหาร ฝ่ายชายขับเพลงขอบคุณ ก่อนเริ่ม “ทอดมะคอน” พร้อมบทขับเกี้ยวที่ทำให้ลูกช่วงเล็ก ๆ กลายเป็นถ้อยคำแห่งความรัก

.

ใกล้เที่ยงคืน สาว ๆ จะนั่งเรียงหน้ากระดาน คลุมศีรษะพรางตัว ฝ่ายชายขอโอ้สาวผ่านล่าม หากยินยอมจึงจับคู่พูดคุย บางคู่คุยจนฟ้าสาง บางคนไร้คู่ก็รอจนเช้า จังหวะหัวใจเริ่มต้นจากลูกผ้าใบเล็ก ๆ นี้เอง การเล่นคอนมีทั้งแบบกลับบ้าน และแบบ “คอนค้าง” ที่อยู่ต่ออีกวัน เช้าช่วยงานบ้าน บ่ายทอดมะคอน ค่ำเซิ้งแคน วนเวียนเช่นนี้จนหมอผีกำหนดวันเลี้ยงศาล จึงสิ้นสุดฤดูกาล

.

นอกจากเป็นสัญลักษณ์แห่งความรัก มะคอนยังถูกใส่ไว้ในโลงศพของชาวไทดำ ด้วยความเชื่อว่า ผู้ตายจะได้นำลูกช่วงไปเล่นต่อในโลกหน้า เช่นเดียวกับข้าวของเครื่องใช้ที่ใส่ร่วมไปด้วย

.

จากลานบ้านสู่พิธีกรรม จากเสียงแคนสู่ความทรงจำ มะคอนจึงเป็นมากกว่าของเล่น มันคือบทกวีของชุมชน คือวัฒนธรรมที่ลอยอยู่กลางอากาศ และคือจังหวะหัวใจของคนไทดำที่ยังไม่เคยเลือนหาย