การสงครามระหว่างจีนกับญี่ปุ่นในช่วงศตวรรษที่ 20 เป็นต้นมา นับว่าเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญที่นำมาสู่การเปลี่ยนผ่านและส่งต่ออิทธิพลทางอาหารจากจีนสู่ญี่ปุ่น ซึ่งกลายมาเป็นชูกะเรียวริหรืออาหารญี่ปุ่นอย่างจีน อย่างไรก็ดี อาหารจำนวนไม่น้อยก็ได้กลายมาเป็นที่นิยมอย่างมากในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง หนึ่งในนั้นก็คือสิ่งที่เรารู้จักกันในนามของ “เกี๊ยวซ่า”
เกี๊ยวหน้าตาธรรมดา แต่ถูกทอดจนกรอบอร่อย นับว่าเป็นอีกหนึ่งอาหารที่ได้รับความนิยมทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยเกี๊ยวซ่านี้มีที่มาจากเกี๊ยวจีน เจี่ยวจึ หรือเจี่ยวจือ (餃子) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเกี๊ยวเก่าแก่ของจีนที่เล่าว่าถูกคิดค้นขึ้นมาในฮั่นตะวันออกโดยแพทย์จีนที่โด่งดังและได้ชื่อว่าดีที่สุดในประวัติศาสตร์แพทย์แผนจีนอย่าง จาง จ้งจิ่ง (張仲景) ซึ่งคิดค้นเกี๊ยวนี้ขึ้นมาเพื่อแก้อาการความเย็นกัดหู
จากเจี่ยวจือ ได้กลายมาเป็นเกี๊ยวซ่าหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อญี่ปุ่นแพ้สงครามและถอนตัวออกจากดินแดนแมนจูเรีย ซึ่งชาวญี่ปุ่นจำนวนไม่น้อยที่เคยอาศัยอยู่ในดินแดนแมนจูเรียต่างคุ้นเคยกับอาหารอย่างจีนพร้อมกับหยิบยกเอาสูตรอาหารเหล่านั้นติดตัวกลับมาด้วย ซึ่งก็มีการนำสูตรมาเปิดร้านอาหารด้วย โดยนิยมเสิร์ฟพร้อมกับซอสทาเระของญี่ปุ่น ไส้นิยมเป็นหมูสับบดผสมกับผักอย่างกะหล่ำปลี ผักกุยช่าย กระเทียม ห่อด้วยแป้งบางไม่หนามาก และมีกรรมวิธีการทำให้สุกหลายวิธี ทั้งต้มและทอด นิยมขายคู่เป็นอาหารจานรองคู่กับราเมงในร้านรวงต่าง ๆ
ถึงแม้ว่าเกี๊ยวซ่าจะมีต้นกำเนิดมาจากเจี่ยวจือของจีน ถึงกระนั้นในสายตาของชาวตะวันตกก็จดจำในฐานะของเกี๊ยวซ่ามากกว่าอันเนื่องมาจากความนิยมของร้านอาหารญี่ปุ่นซึ่งมีการโปรโมทเกี๊ยวซ่ากันอย่างหนักมาก ทำให้เกี๊ยวซ่าได้แปรเปลี่ยนมาเป็นอีกหนึ่งอาหารญี่ปุ่นที่ภาคภูมิใจซึ่งเกิดจากการรับเอาอาหารจีนมาบริโภคและปรับจนกลายเป็นอีกหนึ่งอาหารจานสำคัญของวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่นไปโดยปริยาย…
#เกี๊ยวซ่า#เจี่ยวจือ#จีน#ญี่ปุ่น#BBL#BangkokBank#ธนาคารกรุงเทพ

