ท่ามกลางขุนเขาในอำเภอเสริมงาม จังหวัดลำปาง ![]()
มีหมู่บ้านเล็ก ๆ ชื่อว่า “บ้านแม่ต๋ำ” ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นพื้นที่กันดาร มีที่ราบเพียงน้อยนิดให้ชาวบ้านปลูกข้าว ผู้คนส่วนใหญ่ต้องทำไร่เลื่อนลอย หรือรับจ้างตัดไม้เพื่อประทังชีวิต
.
แต่เรื่องราวของหมู่บ้านนี้ได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงในปี พ.ศ. 2527 เมื่อวันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2527 ระหว่างที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ (ในรัชกาลที่ 9) ทรงแปรพระราชฐานประทับแรม ณ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ พระองค์ได้เสด็จฯ พร้อมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ไปทรงเยี่ยมราษฎรที่อำเภอเสริมงาม
พระครูโสภณคุณารักษ์ เจ้าคณะอำเภอเสริมงาม จึงกราบบังคมทูลถึงความยากลำบากของชาวบ้านแม่ต๋ำ และขอพระราชทานแนวทางช่วยเหลือให้ชาวบ้านมีอาชีพที่มั่นคงขึ้น ![]()
.
ด้วยสายพระเนตรที่มองเห็นคุณค่าของผู้คน สมเด็จพระนางเจ้าฯ จึงเสด็จฯ ไปยังบ้านแม่ต๋ำด้วยพระองค์เอง เพื่อตรวจสภาพพื้นที่อย่างใกล้ชิด ก่อนมีพระราชเสาวนีย์โปรดให้ท่านผู้หญิงสุประภาดา เกษมสันต์ ราชเลขานุการในพระองค์ เข้าสำรวจพื้นที่อย่างละเอียดในวันที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2527 ![]()
.
ผลคือ โครงการศิลปาชีพบ้านแม่ต๋ำจึงถือกำเนิดขึ้น เพื่อ “สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างโอกาส” ให้กับชาวบ้าน งานแรกที่เริ่มต้นคือ การทอผ้าฝ้าย ![]()
มีการสร้างโรงฝึกทอผ้าและเปิดใช้งานในเดือนมีนาคมปีเดียวกัน ไม่นานต่อมา ‘งานปั้นดินเผา’
ก็ถูกพัฒนาต่อยอด โดยความร่วมมือของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่เข้ามาช่วยสร้างโรงฝึกและส่งเจ้าหน้าที่มาฝึกสอน ชุมชนจึงมีทักษะใหม่ติดตัว และเริ่มผลิตงานปั้นคุณภาพที่กลายเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่
.
จากนั้นศูนย์ศิลปาชีพได้ขยายองค์ความรู้สู่หลายแขนง
งานแกะสลักไม้ ![]()
การทอผ้าไหม ![]()
การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ![]()
การจักสานไม้ไผ่ ![]()
จากหมู่บ้านบนภูเขาที่ครั้งหนึ่งเคยขาดแคลน วันนี้บ้านแม่ต๋ำได้กลายเป็นแหล่งภูมิปัญญาที่สำคัญของลำปาง เป็นศูนย์รวมงานหัตถกรรมที่สะท้อนพระมหากรุณาธิคุณ และพลังของชุมชนที่ลุกขึ้นเปลี่ยนชีวิตด้วยสองมือของตัวเอง








