พูดถึงส้มฉุน แน่นอนว่าเราอาจจะเคยได้ยินชื่อบ่อย ๆ แต่สำหรับคนเจน z อย่างผู้เขียนแล้ว เกิดมาก็ไม่เคยได้รู้จักมาก่อนว่ามันคืออะไรหน้าตาอย่างไร รู้ก็เพียงแค่ว่ามันน่าจะเป็นเครื่องว่างหรือไม่ก็ของหวานอย่างหนึ่งก็เท่านั้นเอง ส้มฉุน หลัก ๆ แล้วจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือส้มฉุนชาววัง กับส้มฉุนชาวบ้าน ซึ่งทั้งสองอย่างนี้กมีรูปลักษณ์และรายละเอียดที่แตกต่างกันพอสมควร
ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานปี 2544 ได้ให้คำจำกัดความของส้มฉุนเอาไว้ว่า “ของกินชนิดหนึ่ง ใช้มะม่วงดิบมะยมดิบยำกับกุ้งแห้งใส่น้ำปลาน้ำตาล บางทีก็นำไปตากแดด, ส้มลิ้ม ก็เรียก” ซึ่งจากในพจนานุกรมเราจะเห็นว่าส้มฉุนนี้ มีลักษณะเป็นยำจากผลไม้รสเปรี้ยว แต่ไม่ได้ใส่พริกเข้าไป ในขณะเดียวกันก็มีปรากฏการเรียกว่า “ส้มลิ้ม” ขึ้นมาด้วย โดยส้มลิ้มในที่นี้ บางท้องที่ก็ยังหมายถึงมะม่วงกวนได้ด้วยเช่นกัน ลักษณะของส้มฉุนในพจนานุกรมกล่าวกันว่าเป็นส้มฉุนแบบชาวบ้านที่มีรูปลักษณ์แตกต่างไปจากส้มฉุนชาววังไปมาก
กล่าวกันว่าส้มฉุนชาววัง มีลักษณะเป็นเครื่องว่างของหวานที่เป็นประเภทของการลอยแก้ว เน้นเป็นการนำเอาพวกผลไม้รสเปรี้ยวหวานมาลอยแช่ในน้ำเชื่อมที่ลอยดอกมะลิ โดยมีผลไม้หลักเป็นลิ้นจี่ดังที่ปรากฎในกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานที่กล่าวว่า “ลิ้นจี่มีครุ่นครุ่น เรียกส้มฉุนใช้นามกร” โดยในอดีตนั้นคนไทยจะนำเข้าลิ้นจี่มาจากเมืองจีน ซึ่งจะถูกดองเอาไว้แล้วส่งมาดังที่ปรากฎเนื้อหาในแม่ครัวหัวป่าก์ ส้มฉุนชาววังนี้เป็นของหากินได้ยาก และมีสูตรหรือกรรมวิถีที่แตกต่างกันไปในแต่ละตำรับวังหรือสายตระกูลต่าง ๆ เป็นของเย็น ๆ เอาไว้กินคลายร้อนได้ดีอีกอย่างหนึ่งเลยทีเดียว
#จานโปรด#ส้มฉุน#BBL#BangkokBank#ธนาคารกรุงเทพ

