วันเวลาเวียนมาบรรจบ เป็นอีกครั้งที่ #ที่โปรด จะพาทุกท่านไปลัดเลาะหาร่องรอยทางประวัติศาสตร์ผ่านสถาปัตยกรรมยุโรปอันงามวิจิตรใน “บ้านเอกะนาค” บ้านโบราณอันมีเอกลักษณ์ของความเป็นสถาปัตยกรรมยุโรปที่ผสมผสานกับความเป็นไทยได้อย่างลงตัว
ก่อร่างสร้างเรือน
“บ้านเอกะนาค” ถูกสร้างขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช 2462 ถือเป็นช่วงกลางของรัชกาลที่ 6 และเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ได้มีการสิ้นสุดลงของสงครามโลกครั้งที่ 1 “พ.ต.อ. พระยาประสงค์สรรพการ” หรือนายยวง เอกะนาค ผู้เป็นเจ้าของเรือนโบราณหลังนี้ กล่าวได้ว่าเป็นอีกบุคคลสำคัญผู้หนึ่งทางประวัติศาสตร์ไทย เพราะนอกจากจะเคยดำรงตำแหน่งรองอธิการบดีกรมตำรวจในครั้งรัชกาลที่ 6 ท่านยังเป็น 1 ใน 24 ท่านที่ริเริ่มก่อตั้งสมาคมโหรแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์อีกด้วย
รังสรรค์สถาปัตยกรรมยุโรปในไทย
เป็นอีกคราที่อาคารยุโรปในยุครัตนโกสินทร์ได้ถูกสรรค์สร้างออกแบบขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมโคโลเนียล หรือสถาปัตยกรรมยุคล่าอาณานิคม อย่างที่รู้กันดีว่าสถาปัตยกรรมเช่นนี้เป็นที่นิยมอย่างมากในช่วงปลายรัชกาลที่ 5 จนถึงช่วงต้นของรัชกาลที่ 6 อันเป็นผลมาจากการที่ชาติตะวันตกเข้ามาปกครองในเขตบ้านใกล้เรือนเคียง ส่งผลให้รูปแบบศิลปะต่างๆ รวมไปถึงสถาปัตยกรรมฝรั่งได้เข้ามามีบทบาททั่วทั้งประเทศไทย โดยว่ากันว่าการที่อาคารสถานที่ต่างๆ ในยุคสมัยดังกล่าวถูกสรรค์สร้างขึ้นด้วยศิลปะยุโรปนั้น มีความประสงค์เพื่อให้ประเทศจักรวรรดินิยมต่างๆ มองว่าประเทศของเราเป็นประเทศที่มีอารยธรรมตามแบบฉบับบ้านเมืองพัฒนาแล้วนั่นเอง
บ้านเอกะนาคนั้น ถือได้ว่าเป็นบ้านโบราณที่ชูเอกลักษณ์ความเป็นสถาปัตยกรรมยุโรปที่มีการผสมผสานกับวิถีชีวิตของชาวไทยได้อย่างงดงามวิจิตร สังเกตได้จากการที่บ้านโบราณแห่งนี้มีหน้าต่างรอบตัวเรือน เป็นเหตุจากประเทศไทยนั้นมีอากาศร้อนและแดดจ้า จึงจำต้องมีหน้าต่างเพื่อถ่ายเทอากาศต่างจากบ้านฝรั่ง แต่ขณะเดียวกันก็มีการตกแต่งที่แสดงถึงความเป็นสถาปัตยกรรมโคโลเนียลปรากฏอยู่ อีกทั้งรูปแบบอาคารบ้านเรือนในประเทศไทยนั้นล้วนแต่มีระเบียงที่กว้างขวางให้เข้ากับวิถีชีวิตของชาวไทยที่มักมีกิจกรรมร่วมกันเป็นหมู่คณะ
สรรค์สร้างออกแบบ
บ้านไทยโบราณมักมีการตกแต่งด้วยไม้ฉลุ และลวดลายนั้นล้วนแล้วแต่เป็นลายฝรั่ง อย่างที่เรียกกันว่า “เรือนขนมปังขิง” อย่างบ้านเอกะนาคเองก็เฉกเช่นเดียวกัน รอบตัวบ้านแห่งนี้นั้นมีการฉลุไม้ตามลวดลายฝรั่งได้อย่างงามวิจิตร เช่นเดียวกันกับด้านบนประตูและหน้าต่างที่จะมีการตกแต่งด้วยช่องลมไม้ฉลุ สอดแทรกรายละเอียดยิบย่อยอย่างเส้นประดับลูกฟักชวนมอง
เสาปูนหรือเสาไม้รอบตัวอาคารนั้นเช่นเดียวกันที่ได้รับอิทธิพลจากอีกฟากฝั่งของโลกอย่างฝั่งตะวันตก แต่จะมีการลดทอนรายละเอียดลงค่อนข้างมาก จึงทำให้เสาปูนหรือเสาไม้ในบ้านโบราณของไทยยุคสมัยนั้นดูเรียบง่ายมากขึ้น
สีของตัวอาคารบ้านเรือนในไทยรวมไปถึงบ้านเอกะนาคที่ได้รับอิทธิพลมาจากสถาปัตยกรรมโคโลเนียลนั้น นิยมใช้สีโทนอ่อน เช่น สีขาว สีครีม สีชมพูอ่อน สีเหลืองอ่อน ในขณะเดียวกันก็มีบ้างที่ใช้สีสดอย่าสีส้มแดง สีแสด หรือสีเหลืองเข้ม เฟอร์นิเจอร์ในบ้านเอกะนาคมีทั้งนำเข้าจากยุโรป และออกแบบขึ้นใหม่ตามแบบฉบับตะวัน โดยจะเรียกว่าเป็นเฟอร์นิเจอร์แบบโคโลเนียลก็ไม่ผิดนัก
ภายหลัง เมื่อเจ้าของบ้านอย่าง พ.ต.อ. พระยาประสงค์สรรพการ หรือนายยวง เอกะนาค ได้ถึงแก่กรรมไปแล้ว บ้านเอกะนาคแห่งนี้ได้ตกเป็นของบุตรสาวอย่าง คุณประยูร เอกะนาค แต่เนื่องจากว่าท่านไม่มีทายาทสืบสกุล บ้านเอกะนาคจึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโณงเรียนมัธยมบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยาตามความประสงค์ของเจ้าของบ้าน เพื่อให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า ให้ลูกหลานได้ศึกษาสืบต่อมาจน ณ เวลานี้



#พิพิธภัณฑ์บ้านเอกะนาค#บ้านโบราณ#ที่โปรดepisodeเที่ยวกัน#เที่ยวไทย#กรุงเทพ#BBL#BangkokBank#ธนาคารกรุงเทพ
ที่มา: หนังสือชมบ้านโบราณ ชิมของอร่อย

