กำไลมาศ หรือกำไลทองคำ
ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงศิลปะและความเชื่อของคนไทย แต่ยังมีเรื่องราวที่ลึกซึ้งและทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ซึ่งทำให้กำไลมาศมีความหมายมากกว่าเครื่องประดับทั่วไป
.
กำไลมาศ มีอยู่จริงในประวัติศาสตร์ โดยเป็นกำไลทองคำแท้ที่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) พระราชทานให้แก่ เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ ลดาวัลย์ เจ้าจอมคนรองสุดท้ายในรัชกาลที่ 5
.
กำไลมาศนี้ มีลักษณะเป็นกำไลทองหนักสี่บาท ทำจากทองคำแท้จากบางสะพาน และมีการออกแบบพิเศษเป็นรูปตาปูโบราณสองดอกไขว้กัน
ปลายตาปูเชื่อมเป็นดอกเดียวกัน โดยเจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับได้รับพระราชทานในวันที่ 1 เมษายน 2449 ซึ่งเป็นวันแรกที่ท่านเข้าปฏิบัติหน้าที่เป็นเจ้าจอม
.
ความสำคัญของกำไลมาศ
เครื่องรางแห่งความรักและความผูกพัน กำไลทองนี้ถือเป็น “กำไลทองคล้องใจ” ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานให้เจ้าจอมเพื่อแสดงถึงความรักและความใกล้ชิด
สัญลักษณ์แห่งความจงรักภักดี เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับได้สวมกำไลมาศติดกายมาตลอดชีวิต ไม่เคยถอดออกจนกระทั่งถึงแก่อนิจกรรม
.
หลังจากเจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับถึงแก่อนิจกรรมในปี 2526 กำไลมาศนี้ถูกทายาทของท่านถวายคืนแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในรัชกาลปัจจุบัน และได้รับการเก็บรักษาไว้ในพระที่นั่งวิมานเมฆเพื่อเป็นสมบัติของชาติ
.
ความงดงามของกำไลมาศในปัจจุบัน ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องประดับหรือสมบัติแห่งอดีต แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้ช่างทองและนักออกแบบยุคใหม่ สร้างสรรค์กำไลทองคำที่ผสมผสานความงดงามแบบโบราณเข้ากับดีไซน์ร่วมสมัย
.
มรดกทางวัฒนธรรมที่คู่ควรแก่การอนุรักษ์ กำไลมาศไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความงดงามในเชิงศิลปะ แต่ยังเต็มไปด้วยเรื่องราวแห่งความรัก ความทรงจำ และคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่คู่ควรแก่การสืบสาน

