เปลือกไข่วิจิตรภูษิต ![]()
เป็นงานศิลปะชั้นสูงของไทยที่มีประวัติยาวนาน สันนิษฐานว่าเริ่มต้นในสมัยอยุธยาตอนปลาย โดยได้รับอิทธิพลจากศิลปะจีน ช่างไทยได้พัฒนาเทคนิคนี้จนเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง
.
ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น โดยเฉพาะในรัชกาลที่ 2 และ 3 ศิลปะแขนงนี้ได้รับความนิยมอย่างสูง มีการใช้ตกแต่งวัดวาอารามและพระราชวังหลายแห่ง เช่น วัดพระศรีรัตนศาสดาราม วัดราชโอรสารามราชวรวิหาร และวัดเทพธิดาราม
.
เทคนิคการทำเริ่มจากการเตรียมเปลือกไข่ โดยล้างให้สะอาด ฆ่าเชื้อ และทำให้แห้ง จากนั้นจึงแกะหรือบดให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ ช่างจะร่างลวดลายบนพื้นผิวที่ต้องการประดับ แล้วใช้กาวติดเปลือกไข่ทีละชิ้นตามลวดลายที่ร่างไว้ ต้องใช้ความประณีตและความอดทนสูงมาก
.
ลวดลายที่นิยมมักเป็นลายไทยประเพณี
เช่น ลายกนก ลายเครือเถา หรือภาพเล่าเรื่องจากวรรณคดีและพุทธประวัติ นอกจากความสวยงามแล้ว ยังสื่อถึงความเชื่อและวัฒนธรรมไทยด้วย ในสมัยรัชกาลที่ 5 มีการฟื้นฟูศิลปะแขนงนี้อีกครั้ง โดยใช้ตกแต่งพระที่นั่งและวัดสำคัญหลายแห่ง เช่น พระที่นั่งอนันตสมาคม
.
ปัจจุบัน เปลือกไข่วิจิตรภูษิตได้รับการสืบทอดและพัฒนาเทคนิคใหม่ ๆ เช่น การย้อมสีเปลือกไข่ การใช้เปลือกไข่ชนิดอื่น ๆ นอกจากไข่ไก่และไข่เป็ด
มีการสอนในสถาบันศิลปะ และหลักสูตรช่างศิลป์ไทย
เพื่อรักษาภูมิปัญญานี้ไว้
.
ศิลปะแขนงนี้ไม่เพียงแต่สวยงาม แต่ยังสะท้อนถึงความสามารถ ความอดทน และภูมิปัญญาของช่างไทย จึงได้รับการยกย่องเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่สำคัญของประเทศไทย

