รามราชนิเวศน์ : เพชรเม็ดงามยามพิรุณโปรยปราย

ธรรมเนียมการสร้างพระราชวังประจำฤดูร้อนของไทยมีพัฒนาการมาจากแนวคิดของโลกตะวันตกที่มีอากาศหนาว ครั้นเมื่อถึงฤดูร้อนก็จะมีการแปรพระราชฐานไปยังพระราชวังฤดูร้อนที่อากาศไม่ร้อนจนเกินไป แต่อย่างไรก็ดี พระราชวังในไทยไม่ได้มีเพียงแค่พระราชวังฤดูร้อน หากแต่มีพระราชวังฤดูฝนด้วย

พระราชวังฤดูฝนในไทย เท่าที่ทราบและยังปรากฏให้เห็นอยู่ในปัจจุบันมีเพียงที่เดียวคือที่พระรามราชนิเวศน์ หรือพระราชวังป้อมปืนในจังหวัดเพชรบุรี ซึ่ง #ที่โปรด จะพาทุกท่านไปแง้มประตู ดูวังงามยามหน้าฝนซึ่งเป็นเสมือนกับมณีอีกเม็ดหนึ่งของเพชรบุรี

.

ก่อนจะมาเป็น “พระราชวังฤดูฝน” แห่งเดียวในสยาม

.

พระราชวังบ้านปืนถูกสร้างขึ้นมาในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งมีพระราชประสงค์ที่จะมีพระราชวังที่ประทับนอกพระนครในจังหวัดเพชรบุรี เพื่อใช้เป็นพระราชวังฤดูฝน จึงได้ทรงให้จัดซื้อที่ดินจากชาวบ้านในพื้นที่บ้านปืน ริมแม่น้ำเพชรบุรีเพื่อก่อสร้างพระราชวังฤดูฝน

พระราชวังฤดูฝนนี้ เป็นพระราชวังที่ฝรั่งทุกส่วน โดยได้สถาปนิกฝีมือเยี่ยมอีกคนหนึ่งของราชสำนัก ผู้แรมรอนมาจากเยอรมันอย่าง คาร์ล เดอห์ริง (Karl Dorhring) ผู้ออกแบบวังบางขุนพรหม และคณะวิศวกร มัณฑนากร ชาวเยอรมันทั้งหมดมาร่วมด้วยช่วยกันสร้างพระราชวังบ้านปืนแห่งนี้ขึ้นมา

.

งามวิไลดุจวังของไกเซอร์

.

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดให้คาร์ล เดอห์ริงสร้างพระราชวังที่ดูทันสมัย มีพระตำหนักเป็นแบบโมเดิร์นสไตล์ นายคาร์ล เดอห์ริงก็ได้ออกแบบพระราชวังบ้านปืนโดยย่อส่วนเอาตำหนักจากพระราชวังฤดูร้อนของไกเซอร์วิลเฮล์มที่ 2 แห่งปรัสเซียมาไว้ แต่ก็สร้างไม่ทันเสร็จก็สิ้นรัชกาลเสียก่อน พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ทรงโปรดให้สร้างต่อจนเสร็จ

.

ตัวพระตำหนักนั้นได้รับพระราชทานชื่อจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้มีชื่อว่า “พระที่นั่งศรเพ็ชรปราสาท” โดยตัวสถาปัตยกรรมสร้างขึ้นมาในรูปแบบของศิลปะอาร์ต นูโวเยอรมันที่ศัพท์ทางประวัติศาสตร์ศิลปะเรียกว่า “จุงเกนสติล” (Jugendstil) โดยจะไม่ได้มีปูนปั้นที่มากมายนัก จะเน้นไปที่การเจาะเซาะร่องมากกว่า แต่จะเน้นเรื่องของหน้าต่างที่สูง รวมไปถึงเพดานที่กว้างทำให้ดูโอ่อ่าใหญ่โตเป็นพิเศษ

.

ตัวพระตำหนักมีความสูง 2 ชั้น ประกอบกับหลังคาที่มี 2 ชั้นเหมือนกัน โดยโครงสร้างชั้นในจะเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กที่จะทำให้มีความแข็งแรงคงทนและมุงหลังคาด้วยกระเบื้องจีน ตัวอาคารหันหน้าไปทางทิศตะวันออกสู่แม่น้ำเพชรบุรี โดยผังของอาคารจะมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมล้อมรอบสวนหย่อมตรงกลางที่เป็นพื้นที่ใช้สอย คล้ายกับลักษณะของ Cloister หรือระเบียงคด

.

ที่โถงทางเข้าด้านทิศตะวันออกจากเป็นอัฒจันทร์ยกสูง โดยโถงมุขด้านหน้านี้จะเป็นผังวงกลมสูงใหญ่โล่งปลอดขึ้นไปถึงชั้นสอง ปูพื้นด้วยหินอ่อนสลับสี ผนังโดยรอบประดับไปด้วยเถาพรรณพฤกษาแบบที่นิยมในโลกตะวันตก มีบันไดสองหัวที่พาไปบรรจบยังชั้นสองของอาคาร ราวบันไดก็ประดับประดาไปด้วยกระเบื้องสีเขียว พร้อมกับตุ๊กตาเด็กขนาดเล็กในอิริยาบถต่างกัน ตั้งอยู่บนเสาเหนือราวบันไดในตำแหน่งช่องไฟที่เป็นจังหวะสม่ำเสมอเป็นที่วิจิตรตระการตา ในห้องแต่ละห้องภายในก็ประดับประดาตกแต่งแตกต่างกันไป

.

พระนารายณ์ที่หายไป

.

สาเหตุที่มีชื่อว่าพระรามราชนิเวศน์ ก็น่าจะเป็นเพราะรูปปั้นหล่อที่เคยยืนยงอยู่ด้านหน้าของพระราชวังแห่งนี้ ซึ่งเป็นรูปหล่อพระนารายณ์ทรงปืนที่สร้างโดยกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ โดยสาเหตุที่ต้องทรงปืนก็น่าจะเป็นเพราะชื่อย่านตำบลที่พระราชวังแห่งนี้ตั้งอยู่ คือบ้านปืน แต่ต่อมาพระนารายณ์ทรงปืนที่เคยอยู่หน้าพระราชวังบ้านปืนนี้ก็หายไป แล้วไปโผล่อยู่ที่หน้าพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร วังหน้านั่นเอง

.

พระรามราชนิเวศน์ : วังร้างที่ถูกชุบชีวิต

.

ถึงแม้จะสร้างเสร็จในสมัยรัชกาลที่ 6 แต่ก็มิได้ทรงแปรพระราชฐานมาที่นี่มากนัก ทำให้พระราชวังแห่งนี้ทรุดโทรมลงไปเรื่อย ๆ จนต้องถูกทิ้งร้างไป กระทั่งในสมัยรัชกาลที่ 7 ก็ได้ปรับให้ที่นี่เป็นโรงเรียนของเหล่าครูในแขนงต่าง ๆ ในช่วงหนึ่งก่อนจะย้ายออกไป และได้มีโรงเรียนใหม่มาเรื่อย ๆ แต่ก็ย้ายออกไปหมดในภายหลังทำให้สถานที่แห่งนี้ถูกทิ้งร้างมาเป็นเวลาอีกสักพักใหญ่ ๆ

.

พื้นที่ของพระราชวังบ้านปืนถูกนำมาใช้อีกครั้งหนึ่งในช่วงมหาสงครามเอเชียบูรพา ตรงกับรัชกาลที่ 8 ก็ได้มีการตั้งกองบัญชาการทหารที่พระราชวังแห่งนี้ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลได้โปรดเกล้าฯพระราชทานให้เป็นที่ตั้งของมณฑลทหารบกที่ 15

.

จนกระทั่งในสมัยรัชกาลที่ 9 พระราชวังบ้านปืนแห่งนี้ก็ได้โปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ผู้คนสามารถเข้ามาชมความงามของศิลปะและสถาปัตยกรรมของที่นี่ได้ด้วย ซึ่งถือว่าเป็นการต่อลมหายใจของสถานที่แห่งนี้ให้เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่บุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ง่าย

โดยผู้ที่สนใจหรือนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังจังหวัดเพชรบุรี สามารถเข้ามาแวะเวียนเยี่ยมชมพระราชวังอันทรงคุณค่าอีกแห่งหนึ่งที่มีความสวยงามไม่เป็นรองที่ใด โดยพระราชวังแห่งนี้อยู่ภายในพื้นที่ค่ายทหาร จึงต้องแลกบัตรกับพลทหารที่หน้าทางเข้าจึงจะสามารถเดินเข้ามายังพระราชวังได้

พิกัด: https://goo.gl/maps/q3HjxnxJu3LkVLiE8

เวลาทำการ: วันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30

ค่าเข้าชม: 20 บาท

ช่องทางติดต่อ: 032-428 506-10 ต่อ 50259

อ้างอิง:

https://www.finearts.go.th/…/TRQUKDrTJETlXuh8s969eArCTu…

https://mgronline.com/onlinesection/detail/9600000001493