“โกม” หรือโคมล้านนา
เป็นมากกว่าแสงสว่างในอดีต แต่คือสะพานเชื่อมระหว่างภูมิปัญญาท้องถิ่นและงานออกแบบร่วมสมัย ผ่านมือของ ป่าน – วีรศิษฎ์ ภู่สุวรรณ์ บัณฑิตจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาศิลปะอุตสาหกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าลาดกระบัง
.
ผู้ได้แรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมรอบตัวมาต่อยอดงานสร้างสรรค์ที่ไม่เพียงแต่สะท้อนความงามแบบล้านนา แต่ยังเพิ่มความร่วมสมัยให้เข้ากับยุคปัจจุบัน
.
วัสดุท้องถิ่นที่มีชีวิต “ไม้ป้าง” ไม้ไผ่ลำปาง
หัวใจสำคัญของการสร้างสรรค์โคมล้านนา คือการเลือกใช้ ไม้ป้าง ไม้ไผ่ท้องถิ่นจากลำปาง ซึ่งแตกต่างจากไม้ไผ่ทั่วไปในด้านความเหนียว ความมัน และข้อไผ่ที่น้อยกว่า ทำให้เหมาะสมกับการดัดโค้งโดยไม่ต้องใช้ความร้อน วัสดุชนิดนี้เป็นที่นิยมในท้องถิ่นสำหรับการทำข้าวหลาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลิ่นหอมเฉพาะตัวเมื่อเผาไฟ เป็นเสน่ห์ที่ป่านนำมาต่อยอดสู่โคมไฟ ![]()
.
ไม้ป้าง
มีจุดเด่นสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในงานหัตถกรรม
เหนียวแน่น: เหมาะสำหรับการดัดโค้งโดยไม่แตกหัก
ความยาว: ยาวกว่าพันธุ์ไม้ไผ่อื่นๆ ขนส่งง่าย
ข้อไผ่น้อย: ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้าง
แรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมและธรรมชาติ ลวดลายของโคมล้านนาแต่ละชิ้น ถ่ายทอดเรื่องราวของวัฒนธรรมรอบตัว เช่น ลายดอกกระถิน ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์ของวัดในลำปาง แต่ละวัดมีเอกลักษณ์ลวดลายเฉพาะซึ่งสะท้อนความงามของศิลปะแบบล้านนา ป่านนำลวดลายเหล่านี้มาปรับให้ร่วมสมัย ลดทอนบางส่วน เพิ่มเติมบางรายละเอียด จนกลายเป็นผลงานที่สะท้อนอัตลักษณ์ส่วนตัว
.
การถ่ายทอดภูมิปัญญาสู่ชิ้นงานร่วมสมัย ป่านพัฒนางานหัตถกรรมจากโคมไฟขนาดใหญ่ สู่ เครื่องประดับแฮนด์เมดขนาดเล็ก เช่น ต่างหู ที่กลายเป็นสินค้ายอดนิยมใน
ร้านกองคร้าฟต์ ถนนคนเดินกาดกองต้า เชียงใหม่ ความละเอียดอ่อนในการทำงาน เช่น การดัดไม้ไผ่ การผสมผสานวัสดุ เช่น เส้นลวดกับไม้ไผ่
ทำให้ผลงานแต่ละชิ้นต้องใช้เวลานาน บางชิ้นใช้เวลาหลายชั่วโมงจึงจะเสร็จสมบูรณ์
.
นอกจากสร้างงานฝีมือ ป่านยังมุ่งมั่นถ่ายทอดความรู้ให้คนรุ่นใหม่ โดยรับเด็กมัธยมมาฝึกฝนการดัดลายไม้ไผ่ เพื่อสร้างเครือข่ายแรงงานในอนาคต
.
โคมล้านนา เป็นสัญลักษณ์ของแสงสว่างทั้งในอดีตและปัจจุบัน การนำภูมิปัญญาพื้นบ้านมาพัฒนาสู่สินค้าใหม่ช่วยสร้างมูลค่าให้กับชุมชน และสะท้อนวัฒนธรรมล้านนาในรูปแบบร่วมสมัย
โกมล้านนา คือ แสงสว่างที่ก้าวข้ามกาลเวลา สู่ความงามอันไร้ขอบเขตของงานดีไซน์ไทย ![]()

