ย้อนอดีต “สวนกุหลาบ”โรงเรียนรัฐแห่งแรกของสยามประเทศ

ถ้าพูดถึงกลุ่มโรงเรียนจตุรมิตร หรือโรงเรียนชายล้วนเก่าแก่ทั้ง 4 ของฝั่งพระนคร แน่นอนว่าชื่อของ “สวนกุหลาบ” นับว่าเป็นอีกหนึ่งชื่อที่เป็นที่รู้จักอันดับต้น ๆ และอาจจะเป็นโรงเรียนในฝันของเด็กชายหลายคนที่อยากจะได้อยู่โรงเรียนดัง ผู้เขียนเองก็เป็นหนึ่งในนั้น

โรงเรียนสวนกุหลาบไม่ได้เป็นเพียงแค่โรงเรียนที่เด่นดังจากชื่อเสียงในด้านกีฬาหรือวิชาการเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ในขณะเดียวกันประวัติความเป็นมาของสวนกุหลาบก็นับว่าเป็นเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่ทรงคุณค่าอีกเรื่องหนึ่ง เพราะว่าเป็นเรื่องราวของโรงเรียนที่ได้ชื่อว่าเป็นโรงเรียนรัฐบาลแห่งแรกของไทยด้วย

 จากสวนดอกไม้สู่พระตำหนัก

เรื่องราวของสวนกุหลาบเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 เมื่อมีการขยายเขตพระราชวัง ในพระราชวังด้านใต้มีที่ว่างจึงโปรดให้ทำสวนปลูกต้นกุหลาบสำหรับเก็บดอกใช้ในราชการ นั่นคือจุดกำเนิดของ “สวนกุหลาบ” ที่เราพูดถึงกันในวันนี้

ต่อมาในรัชกาลที่ 3 มีการสร้างคลังศุภรัตน เป็นตึกรูปเก๋งจีนในบริเวณสวน แต่พื้นที่ส่วนใหญ่ยังคงเป็นสวนกุหลาบอยู่ต่อมา กระทั่งถึงรัชกาลที่ 4 เมื่อสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ ยังทรงพระเยาว์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชประสงค์ให้ประทับในที่ใกล้พระองค์ จึงโปรดให้สร้าง “พระตำหนักสวนกุหลาบ” ขึ้นในบริเวณนั้นเพื่อเป็นที่ประทับ ชื่อพระตำหนักจึงได้มาจากสวนกุหลาบที่โอบล้อมอยู่โดยรอบนั่นเอง

 รากฐานการศึกษาแผ่นดินสยาม

เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จขึ้นครองราชย์ พระองค์ทรงตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษาอย่างลึกซึ้ง ทรงมีพระราชประสงค์ให้เลือกสรรราชนิกูลและบุตรหลานผู้ดีมาฝึกหัดเป็นทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ และได้รับการศึกษาในราชสำนัก

กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บังคับการกรมทหารมหาดเล็กในขณะนั้น ทรงดำริเห็นว่าควรจัดตั้งโรงเรียนขึ้นแห่งหนึ่ง เพื่อให้หม่อมเจ้าและหม่อมราชวงศ์ได้รับการฝึกหัดอย่างเป็นระบบ หลังจากกราบทูลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ และได้รับพระบรมราชานุมัติ จึงทรงเลือก “พระตำหนักสวนกุหลาบ” ซึ่งขณะนั้นรกรุงรังใช้เป็นคลังเก็บของ มาเป็นที่ตั้งโรงเรียน

วันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2425 จึงเป็นวันสถาปนา “โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ” โรงเรียนรัฐบาลแห่งแรกของสยามประเทศ ซึ่งจัดทั้งการฝึกหัดอย่างทหารและการเรียนสามัญควบคู่กันไป

กิจการของโรงเรียนเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว มีหม่อมเจ้า หม่อมราชวงศ์ และบุตรหลานข้าราชการสมัครเรียนมากขึ้นทุกที จนกระทั่งจำนวนนักเรียนเกินกว่าตำแหน่งนายทหารมหาดเล็กที่รับได้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ จึงทรงตัดสินพระทัยเปลี่ยนสถานะโรงเรียนให้รับนักเรียนพลเรือนทั่วไป เพื่อประโยชน์แก่บ้านเมืองในวงกว้างยิ่งขึ้น โดยนับว่าสำเร็จบริบูรณ์ในปี พ.ศ. 2427

ในปี พ.ศ. 2436 เมื่อนักเรียนมีจำนวนมากขึ้นจนสถานที่คับแคบ โรงเรียนจึงย้ายออกนอกพระบรมมหาราชวัง และเรียกชื่อสั้นลงเพียงว่า “โรงเรียนสวนกุหลาบ” พร้อมกับแยกออกเป็น 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายไทย และฝ่ายอังกฤษ ซึ่งต่างก็ต้องเดินทางผ่านประวัติศาสตร์อันยากลำบากของตนเองในเวลาต่อมา

 เส้นทางพเนจรของ “สวนกุหลาบ”

โรงเรียนสวนกุหลาบฝ่ายไทยต้องย้ายที่ตั้งถึง 5 แห่ง ผ่านวัดมหาธาตุ วังหน้า วัดราชบูรณะ จนถึงโรงเลี้ยงเด็กริมคลองมหานาค ขณะที่ฝ่ายอังกฤษก็เวียนอยู่ตามพระที่นั่งสุทไธสวรรย วังหน้า และโรงเรียนสตรีสุนันทาลัย ก่อนไปรวมอยู่กับโรงเรียนเทพศิรินทร์ชั่วคราว

จนกระทั่งเจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี (ม.ร.ว. เปีย มาลากุล) เสนาบดีกระทรวงธรรมการ ผู้เป็นศิษย์เก่าเลขประจำตัวหมายเลข 2 ของโรงเรียน มีความปรารถนาแน่วแน่ที่จะรวบรวมสวนกุหลาบทั้งหมดมาอยู่ในที่เดียวกัน ท่านได้กราบบังคมทูลรัชกาลที่ 5 ขอพระบรมราชานุมัติ พร้อมเสนอแนวคิดอันชาญฉลาด: ให้ใช้งบประมาณของวัดราชบูรณะซึ่งจะสร้างอาคารพาณิชย์ให้เช่า เปลี่ยนมาเป็นอาคารเรียนแทน โดยเก็บค่าเล่าเรียนเป็นค่าเช่า รัฐบาลจึงไม่ต้องลงทุนแม้แต่สตางค์เดียว

รัชกาลที่ 5 ทรงโปรดแนวคิดนี้ยิ่งนัก และมีพระราชดำรัสว่า “ถ้าจะสร้างตึก ให้สร้างอย่างดี เป็นศรีสง่าของพระนคร” กรมโยธาธิการจึงเป็นผู้ออกแบบ และอาคารเรียนหลังยาวที่ถนนตรีเพชร ใกล้วัดราชบูรณะ ก็สร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2454 พร้อมกับการรวมตัวครั้งยิ่งใหญ่ของ “โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย” ในที่สุด

 ตึกยาว: โบราณสถานที่มีชีวิต

หัวใจของโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยคืออาคารเรียนหลังยาวหรือ “ตึกยาว” อาคาร 2 ชั้นที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ด้วยความยาวถึง 198.35 เมตร มี 37 ห้อง ออกแบบโดยกรมโยธาธิการด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมที่งดงาม ประดับด้วยลวดลายปูนปั้น เสาอิง คูหาโค้ง และระเบียงทางเดินยาวตลอดอาคารทั้งสองชั้น

ตึกยาวผ่านทั้งช่วงเวลาแห่งความรุ่งเรืองและความเจ็บปวด ในปี พ.ศ. 2475 ต้องสูญเสียรั้วกำแพงยาวกว่า 400 เมตรเพื่อให้ก่อสร้างสะพานพุทธยอดฟ้า จนตึกต้องกลายเป็นรั้วแทนชั่วระยะหนึ่ง ในสงครามโลกครั้งที่ 2 ปี พ.ศ. 2488 ถูกระเบิดถล่มสองห้องสุดท้าย แต่ก็รอดมาได้ด้วยการบูรณะซ่อมแซม
ปี พ.ศ. 2530 กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนตึกยาวเป็นโบราณสถานแห่งชาติ และในปี พ.ศ. 2543 ยังได้รับการยกย่องเป็นอาคารอนุรักษ์ดีเด่นอีกด้วย ปัจจุบันชั้นบนของตึกยาวใช้เป็นห้องเรียนของนักเรียนชั้น ม.1 ขณะที่ชั้นล่างจัดเป็นพิพิธภัณฑ์การศึกษา

 มรดกแห่งแผ่นดิน

กว่า 140 ปีแห่งการดำรงอยู่ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยได้พิสูจน์ตัวเองว่าคือสถาบันการศึกษาที่หล่อหลอมบุคลากรสำคัญให้แก่ชาติไทยในทุกสาขาวิชาชีพ จากพระราชดำริของกรมพระยาดำรงราชานุภาพในสมัยรัชกาลที่ 5 ดังที่ทรงนิพนธ์ไว้ว่า โรงเรียนแห่งนี้คือ “บ่อเกิดวิชาคุณของข้าราชการ” และเป็นต้นแบบให้กับการจัดตั้งโรงเรียนทั่วพระราชอาณาจักร

ตึกยาวที่ยืนหยัดตระหง่านมาตลอดกว่าศตวรรษ ผ่านกระแสธารของประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน ยังคงเป็นสัญลักษณ์ของพันธกิจอันยิ่งใหญ่ที่เริ่มต้นจากสวนดอกกุหลาบเล็ก ๆ ในพระบรมมหาราชวัง เป็นพยานแห่งความเชื่อมั่นว่า การศึกษาคือรากฐานแห่งชาติ และชาวสวนกุหลาบทุกรุ่นต่างภาคภูมิใจในมรดกอันล้ำค่านี้

#สุดโปรด#วันนี้ในอดีต#ประวัติศาสตร์#โรงเรียน#สวนกุหลาบ#สก#BBL#BangkokBank#ธนาคารกรุงเทพ