เรื่องของวันกองทัพไทย นับว่าเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญที่มีการเปลี่ยนแปลงมาแล้วหลายครั้ง จากวันที่ 8 เมษายน กลายมาเป็นวันที่ 25 มกราคม ซึ่งเข้าใจกันว่าเป็นวันที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชได้ทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชา อย่างไรก็ดี การศึกษาในสมัยหลังได้ชี้ให้เห็นว่า จริง ๆ แล้วการยุทธหัตถีในครั้งนั้นเกิดขึ้นในวันที่ 18 มกราคม นำมาสู่การย้ายวันกองทัพไทยจากวันที่ 25 มกราคม ไปเป็นวันที่ 18 มกราคมแทน
เรื่องของการคำนวณปฏิทินคราวสงครามยุทธหัตถีนั้น นับว่าเป็นอะไรที่ชวนให้งงงวยอยู่มาก แต่ในขณะเดียวกันก็สะท้อนให้เห็นถึงความลึกซึ้งของการศึกษาประวัติศาสตร์ ซึ่งเต็มไปด้วยการบูรณาการข้ามศาสตร์กันหลายศาสตร์ กว่าที่จะได้คำตอบในเรื่องของวันยุทธหัตถีที่แน่นอนขึ้นมา
⭐ สังเขปสงครามยุทธหัตถี
สงครามยุทธหัตถีที่เรารู้จักกันนั้น นับว่าเป็นเนื้อหาตอนหนึ่งจากช่วงสงครามประกาศอิสรภาพอยุธยา ซึ่งทางฝ่ายหงสาวดีก็ได้ส่งทัพเข้ามารุกรานอยู่หลายครั้งหลังการประกาศอิสรภาพ โดยครั้งที่สำคัญที่สุดคือครั้งที่ 5 หรือครั้งสงครามยุทธหัตถีนั่นเอง
สงครามยุทธหัตถีเกิดขึ้นหลังจากที่สมเด็จพระนเรศวรโจมตีที่ตะนาวศรีตอนบน พระเจ้านันทบุเรงจึงโปรดที่จะชนะศึกครั้งนี้อย่างเด็ดขาด จึงส่งพระมหาอุปราชามังกยอชวาให้นำทัพบุกมาอยุธยา ซึ่งสมเด็จพระนเรศวรก็ทรงนำทัพออกไปรับศึก โดยในอดีตนั้นทั้งสองพระองค์เคยเป็นสหายสนิทสนมกันเมื่อครั้งยังทรงเป็นองค์ประกันอยู่ที่หงสาวดี
เนื้อหาของสถานที่ยุทธหัตถีนั้นมีบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่แตกออกเป็น 2 เสียง เสียงหนึ่งกล่าวว่าเกิดขึ้นที่ดอนเจดีย์ ในอำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี ในขณะที่อีกกระแสหนึ่งระบุว่าเกิดขึ้นที่ดอนเจดีย์ ตำบลหนองสาหร่าย จังหวัดสุพรรณบุรี แต่ทั้งนี้ในปัจจุบันผู้คนเชื่อในทางฝั่งของหนองสาหร่าย สุพรรณบุรีมากกว่า
ในระหว่างต้านทัพของพระมหาอุปราชามังกยอชวานั้น ด้วยความที่ช้างศึกต่างเป็นช้างชนะงาซึ่งรู้จักสงครามและทำยุทธหัตถีเป็น ประกอบกับอาการตกมัน ได้พาสมเด็จพระนเรศวรพร้อมพระเอกาทศรถฝ่าทัพหงสาวดีลึกเข้าไปอยู่กลางวงล้อม สมเด็จพระนเรศวรจึงได้ท้าพระมหาอุปราชามังกยอชวาให้มากระทำการยุทธหัตถี พระมหาอุปราชาจึงไสพลายพัทธกอเข้าโจมตี
เล่ากันว่าพลายพัทธกอนั้นตัวใหญ่กว่าเจ้าพระยาไชยานุภาพมาก ซึ่งด้วยไหวพริบ เจ้าพระยาไชยานุภาพก็ได้ค้ำยันตอพุทราจนสามารถต้านแรงของพลายพัทธกอเอาไว้ได้ พร้อมกับส่งให้สมเด็จพระนเรศวรฟาดพระแสงของ้าวเจ้าพระยาแสนพลพ่ายเข้าที่พระอังสะขวาของพระมหาอุปราชา สิ้นพระชนม์ขาดคอพระคชาธาร เป็นอันสิ้นสุดสงครามยุทธหัตถี และฝ่ายหงสาวดีถอนทัพกลับไป
⭐ ปฏิทิน ดวงดาว พงศาวดาร
การสงครามยุทธหัตถีในครั้งนั้น ได้มีการคำนวณในครั้งแรกว่าตรงกับวันที่ 25 มกราคม และใช้มาตั้งแต่สมัยรัฐบาลของพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ซึ่งเป็นการคำนวณที่คลาดเคลื่อนของ นายฉันทิชย์ กระแสสินธุ์ ดังที่อาจารย์ล้อม เพ็งแก้ว กล่าวว่ามันผิดทั้งตำราสุริยยาตร์และปฏิทินเกรกอเรียน ซึ่งวันที่ 25 มกราคมนี้ก็ได้ถูกใช้อย่างกว้างขวางโดยกระทรวงกลาโหม ซึ่งเชื่อในข้อมูลนี้ไปแล้ว
การรื้อฟื้นและคำนวณหาวันที่ถูกต้องขึ้นมาใหม่กระทำโดยนักวิชาการหลายต่อหลายท่าน ไม่ว่าจะเป็น หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล, อาจารย์ลอย ชุนพงษ์ทอง, ศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร และ พลตรี สุริยน เผือกสกนธ์ โดยหม่อมหลวงปิ่น มาลากุล เป็นคนแรกที่เสนอเรื่องวันยุทธหัตถีควรจะเป็นวันที่ 18 มกราคม
เล่าว่าเมื่อครั้งที่หม่อมหลวงปิ่นยังเป็นมหาดเล็กในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ตรัสถามกับหม่อมหลวงปิ่นว่าวันกระทำยุทธหัตถีเป็นวันไหนกันแน่ เพราะพระราชพงศาวดาร 3 ฉบับกล่าวไม่ตรงกันสักฉบับ ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้หม่อมหลวงปิ่นคิดปฏิทินล้านปีขึ้นมาจนแล้วเสร็จ ต่อมาเมื่อไทยได้เปิดท้องฟ้าจำลองขึ้น หม่อมหลวงปิ่นก็ได้ให้ อาจารย์สิงโต ปุกหุต ทำการฉายดาวย้อนหลังกลับไปตามฤกษ์ที่พระราชพงศาวดารกล่าวถึง พร้อมกับตรวจสอบเพิ่มเติมกับปฏิทินล้านปี ทำให้พบว่าวันกระทำยุทธหัตถีในพระราชพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐฯ ตรงกับวันที่ 18 มกราคม
สาเหตุที่มีการคำนวณวันผิดพลาดนั้น อาจารย์ลอย ชุนพงษ์ทอง ได้ให้ความเห็นเอาไว้ว่า อาจจะเกิดขึ้นจากความเข้าใจผิดในเรื่องของวันเถลิงศกในปีดังกล่าว ทำให้การคำนวณวันย้อนหลังนั้นคลาดเคลื่อนไป ซึ่งนักวิชาการก็ได้ยื่นเสนอให้กองทัพพิจารณาเปลี่ยนวันกองทัพไทยใหม่ จนมีการเปลี่ยนแปลงมาใช้เป็นวันที่ 18 มกราคม ตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมานี่เอง
.
#สุดโปรด #ประวัติศาสตร์ #ยุทธหัตถี #วันกองทัพไทย #ปฏิทิน #BBL #BangkokBank #ธนาคารกรุงเทพ

