ถ้าพูดถึงสถาปัตยกรรมขอม แน่นอนว่าก็ต้องพูดถึงปราสาทหิน ประเทศไทยนับว่าเป้นอีกหนึ่งประเทศที่หลงเหลือร่องรอยของปราสาทหินยุคอาณาจักรพระนครมากมายเต็มไปหมด แต่รู้หรือไม่ว่าปราสาทหินมันไม่ได้มีแค่ปราสาทที่เป็นศาสนสถานอย่างเดียวนะ
ปราสาทหินที่เป็นศาสนสถานที่สำคัญนับว่ามีปรากฏให้เราได้พบเห็นอยู่มากมาย ในไทยก็ยกตัวอย่างเช่นพิมาย พนมรุ้ง เมืองสิงห์ สด็อกก็อกธม เป็นต้น แต่นอกเหนือปราสาทที่เป็นศาสนสถานเหล่านีแล้ว ก็ยังมีปราสาทหินในรูปแบบของอโรคยศาลด้วย
อโรคยศาลนี้เป็นสิ่งที่เพิ่งมีมาในรัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ซึ่งได้มีโปรเจ็กต์การขยายพระราชอำนาจออกไปให้ไพศาล มีการสร้างอโรคยศาลไปจนถึงบ้านพักคนเดินทางอยู่ตามเส้นทางถนนโบราณที่นำพาผู้คนไปสู่ปราสาทสำคัญต่าง ๆ ในอาณาจักร โดยอโรคยศาลเป็นเหมือนกับสถานีพยาบาลขนาดย่อม ๆ ที่ตั้งขึ้นให้ผู้เจ็บป่วยได้เข้ามารักษากัน
ในอโรคยศาลจะมีปรางค์ประธานซึ่งทำหน้าที่เป็นที่ประดิษฐานของเทพหรือพระที่เกี่ยวข้องกับการพยาบาล ซึ่งในความเชื่อของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ซึ่งนับถือศาสนาพุทธมหายานนั้น จะมีพระพุทธเจ้าแห่งการรักษาโรคนามว่าพระไภษัชยคุรุไวฑูรยประภา ซึ่งจะมีประติมากรรมพระไภษัชยฯ นี้อยู่ในอโรคยศาลต่าง ๆ ด้วย โดยสาเหตุที่มีการสร้างอโรคยศาลนั้น มีเนื้อความหนึ่งที่จารึกถึงมูลเหตุแห่งการสร้างเอาไว้ว่า “โรคทางกายของปวงชนนี้ เป็นโรคทางใจที่เจ็บปวดยิ่ง แม้มิใช่ความทุกข์ของพระองค์เอง แต่ความทุกข์ของราษฎร์เปรียบเหมือน ความทุกข์ของผู้ปกครอง” สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นห่วงเ)้นใยในพสกนิกรของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 นี่เอง ซึ่งข้อความนี้พบอยู่ในจารึกหลายหลักด้วยกัน
อโรคยศาลในไทย จะมีลักษณะที่ต่างไปจากอโรคยศาลที่อยู่ในศูนย์กลางอาณาจักรอยู่บ้าง โดยในกัมพูชาพบอโรคยศาลที่สร้างด้วยหินทรายเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นวัสดุเดียวกันกับที่สร้างปราสาทหิน แต่กับอโรคยศาลที่ไกลออกมาจากศูนย์กลางอย่างเช่นที่พบในไทย พบว่ามีการสร้างด้วยศิลาแลงอยู่บ้าง ซึ่งก็คาดว่าอาจจะเป้นในเรื่องของการเสาะหาวัสดุที่มีมากน้อยต่างกันไปในพื้นที่
ในประเทศไทยมีอโรคยศาลอยู่ราว ๆ 30 แห่ง ที่มีชื่อเสียงก็ยกตัวอย่างเช่น ตาเมือนโต็ด สระกำแพงน้อย ปรางค์กู่ กุฏิฤๅษีบ้านโคกเมือง เป็นต้น
.
#ที่โปรดepisodeเที่ยวกัน#ประวัติศาสตร์#ขอม#BBL#BangkokBank#ธนาคารกรุงเทพ

