โรงเกลือแหลมทอง โรงโม่เกลือแห่งสุดท้ายของคลองสาน

ท่ามกลางหว่างล้อมของชุมชนที่เราได้เดินลัดเลาะมาจากฝั่งสวนสมเด็จย่า ไม่นานนักก็มาหยุดที่อาคารโกดังไม้หลังหนึ่งข้างกันกับสวนสาธารณะที่ดูใหม่เอี่ยมริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เกิดเป็นภาพของการปะทะกันของความเก่าและความใหม่ในพื้นที่เล็ก ๆ ลึกเข้ามาในย่านคลองสานแห่งนี้

.

โกดังไม้อายุเกือบร้อยปีนี้ ครั้งหนึ่งเคยมีท่าเรือที่เรือขนส่ง “เกลือ” จากนาเกลือทั้งในสมุทรสาครและสมุทรสงครามเข้ามาเทียบท่า และส่งออกเกลือที่โม่แล้วนับพันตันออกไปขายทั้งในและต่างประเทศ ทว่าในตอนนี้ บรรยากาศการค้าเกลือแบบเก่า ๆ ก็เลือนหายไปตามกาลเวลา

.

“โรงเกลือแหลมทอง” ตั้งอยู่บนพื้นที่ราว ๆ 300 ตารางวา โดยมีจุดเริ่มต้นจากโรงสีข้าว ก่อนที่จะกลายมาเป็นโรงเกลือโดยครอบครัวมคะปุญโญที่รับซื้อเกลือเม็ดจากนาเกลือมาโม่ละเอียดเป็นเกลือป่นขายต่อ โดยมียุครุ่งเรืองในช่วงทศวรรษที่ 2520 ที่มีตลาดเกลือทั้งในและต่างประเทศ

.

ภายในโรงเกลือยังคงมีการจัดเก็บอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เป็นเครื่องมือของคนทำงานกับเกลือ ไม่ว่าจะเป็นโม่หินที่ใช้ ไปจนถึงสายพานลำเลียงเกลือที่ทำจากไม้ ซึ่งเฮียเจี่ย (กิตติ มคะปุญโญ) ทายาทเจ้าของกิจการได้เล่าให้ฟังว่าอุปกรณ์ต่าง ๆ จะเป็นโลหะไม่ได้ เพราะเกลือสามารถกัดโลหะให้เป็นสนิมได้ เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวภูมิปัญญาที่ปรากฏในโรงเกลือแห่งนี้

..

อย่างไรก็ดี หลังจากที่เกลือเริ่มเสื่อมความนิยมลงไปจากสังคมไทย ตลอดจนกิจการนาเกลือเองก็ประสบปัญหา ส่งผลให้กิจการของโรงเกลือแหลมทองต้องเลิกราไปตามกระแสกาลเวลา แต่ทั้งนี้ในส่วนของอาคารโรงเกลือก็ยังคงอยู่ และเป็นร่องรอยของหนึ่งในธุรกิจที่เคยรุ่งเรืองในคลองสานซึ่งเป็นอีกหนึ่งย่านเศรษฐกิจและการค้าของฝั่งธนบุรีมาอย่างยาวนาน

.

เรียบเรียงโดยเพจสุดโปรด by Bangkok Bank