คุณเคยสังเกตไหมว่า บนยอดฉัตรของพระมหากษัตริย์
มีเทวดาองค์จิ๋ว ประจำตำแหน่งอยู่ด้วย องค์เล็ก ๆ แต่ความหมายไม่เล็กเลย
.
เพราะนี่คือ “เทวดารักษากำพูฉัตร”
ศิลปะชั้นสูงแห่งราชสำนักที่สืบทอดมากว่า 200 ปี
ผลงานชิ้นนี้คือศิลปกรรม “รัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ 24”
.
ซึ่งทำจากทองคำลงยาราชาวดี รัตนชาติ โลหะผสม และกะไหล่ทอง เรียกได้ว่าแต่ละตารางนิ้ว คือทักษะช่างหลวงขั้นสุดยอด
มีการสันนิษฐานว่าเดิมทีเทวดาองค์นี้เป็นส่วนหนึ่งของ พระบวรเศวตฉัตรของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว
.
ซึ่งทรงดำรงพระอิสริยยศเสมอด้วยพระมหากษัตริย์และแนวคิดในการประดิษฐาน “รูปเทวดาประจำกำพูฉัตร” นั้น เกิดขึ้นในสมัย รัชกาลที่ 4 ผู้ทรงพระนามว่า พระสยามเทวมหามกุฏวิทยมหาราช ![]()
พระองค์ทรงมีพระราชดำริให้สร้าง “เทวดาผู้พิทักษ์” บนกำพูฉัตร และโปรดเกล้าฯ ให้จัดสร้างทั้งฉัตรของพระองค์เอง และของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวในคราวเดียวกัน
.
เทวดาประจำกำพูฉัตรจึงอยู่ใน ท่าเหาะ ประดับทองคำ ถือพระขรรค์
สัญลักษณ์ของเทพผู้พิทักษ์ที่คอยรักษาฉัตร เสมือนเป็น “ผู้คุ้มครองพระบารมี” ของพระมหากษัตริย์และด้วยความศักดิ์สิทธิ์นี้เอง จึงมีธรรมเนียมถวาย “พวงมาลัย” แขวนไว้ที่กำพูฉัตรเสมอ ![]()
.
รู้หรือไม่ ? เทวดาประจำกำพูฉัตรนั้น มีเฉพาะสององค์ เท่านั้นที่มีบทบาทในราชสำนัก
“พระนพปฎลเศวตฉัตร” (ฉัตร 9 ชั้น) ของพระมหากษัตริย์
“พระบวรเศวตฉัตร” (ฉัตร 7 ชั้น) ของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระบวรเศวตฉัตร แม้จะเป็นฉัตร 7 ชั้น แต่ก็มีรูปแบบสวยงามไม่แพ้ฉัตร 9 ชั้น แต่ละชั้นประดับด้วย ระบายขลิบทองแผ่ลวด 3 ชั้น และชั้นล่างสุดประดับ อุบะดอกจำปาทอง อ่อนช้อยตามศิลปะแบบหลวงแท้ ๆ
.
ปัจจุบัน “เทวดารักษากำพูฉัตร” ชิ้นนี้จัดแสดงอยู่ที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร
ใครรักงานศิลป์ งานทองโบราณ หรืออยากเห็นงานช่างหลวงใกล้ ๆ ต้องไปดูด้วยตัวเองสักครั้ง

