บลู เอเลเฟ่นท์ จากห้างหรูสู่ทูตทางอาหารไทย

อาหารทรงโคโนเนียลหลังโตสีเหลือง-ขาวสูง 3 ชั้นที่ตั้งอยู่ใกล้ ๆ กับสถานีรถไฟฟ้า bts สุรศักดิ์นี้ ดูผิวเผินผสมกับป้ายข้อความที่ติดอยู่บนอาคารก็เข้าใจได้ง่ายดายว่าเป็นทั้งร้านอาหารและโรงเรียนสอนทำอาหารไทยสไตล์ชาววัง แต่ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูหรูหรา ก็ย่อมทำให้คนไทยทั่วไปมองว่าเป็นสถานที่หรูหราราคาแพงที่ยากจะหาโอกาสเข้าไปลิ้มรสอาหารข้างใน ตลอดจนมีแต่ชาวต่างชาติที่เดินเข้าไปในร้าน ซึ่งก็จริงในส่วนหนึ่งที่ว่าข้างในร้านอาจะดูเข้าถึงยาก แต่สำหรับอาคารสถานปัตยกรรมที่เห็นจากภายนอก ก็นับว่าเป็นอะไรที่น่าหยุดยืนทัศนาอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน

บลู เอเลเฟ่นท์ เป็นที่รู้จักกันในนามของร้านอาหารชื่อดังที่มีขายทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะกับในเวทีนานาชาติที่มีสาขาแรกอยู่ที่กรุงบรัสเซลส์ และเผยแพร่รสชาติอาหารไทยให้เป็นที่รู้จักของชาวต่างชาติ ตลอดจนได้เข้ามาตั้งสำนักงานขายพร้อมกับเปิดสาขาและโรงเรียนสอนทำอาหารในกรุงเทพ โดยได้ตึกโคโลเนียลหรูหราย่านสาธรเป็นที่ตั้ง ซึ่งอาหารแห่งนี้ก็เป็นอาคารประวัติศาสตร์ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งที่ยังคงตั้งตระหง่านท่ามกลางหมู่ตึกสูงสมัยใหม่ทั้งหลายด้วย

อาคารที่ตั้งของบลู เอเลเฟ่นท์สาขากรุงเทพนั้น ในอดีตเป็นอาคารของ “ห้างบอมเบย์” ห้างสรรพสินค้าหรูหราแห่งแรก ๆ ของกรุงเทพ ที่นำเสนอสินค้านำเข้าจากฝั่งบริติชอินเดีย ก่อตั้งขึ้นราวปี 1903 ซึ่งก็ดำเนินกิจการมานานนับสิบปี ก่อนที่จะถูกกลุ่มนักธุรกิจชาวจีนเข้าซื้อตัวอาคารของห้างบอมเบย์ และเปลี่ยนสภาพมาเป็นสำนักงานใหญ่หอการค้าไทย-จีนในช่วงปี 1930 ด้วย

อย่างไรก็ดี อาคารหลังนี้เปลี่ยนมาเป็นหอการค้าไทย-จีนได้ไม่นาน สถานการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 ก็ค่อนข้างที่ทำให้ชาวจีนในไทยอยู่ได้ลำบากเหมือนกัน อาคารแห่งนี้จึงถูกเข้ายึดครองโดยกองทัพญี่ปุ่น และใช้เป็นกองบัญชาการกองทัพญี่ปุ่นประจำประเทศไทยตลอดระยะเวลาสงคราม ก่อนที่ตัวอาคารจะกลับมาอยู่ภายใต้การใช้งานของหอการค้าไทย-จีนอีกครั้งหนึ่งหลังสงครามสิ้นสุดลง โดยอาคารหลังนี้เป็นอีกหนึ่งอาคารประวัติศาสตร์ทรงคุณค่าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของกรมศิลปากร ก่อนที่ในปี 2002 เชฟนูรอ โซ๊ะมณี สเต็ปป์และสามีจะได้เข้ามาทำการบูรณะอาคารและเปลี่ยนให้เป็นบลูเอเลเฟ่นท์นี่เอง

การบูรณะและพัฒนาอาคารของบลูเอเลเฟ่นท์ได้มีการจัดสรรปันส่วน โดยชั้นที่ 1-2 ถูกใช้เป็นห้องอาหาร โดยชั้นที่ 1 มีการตกแต่งอย่างไทยซึ่งแบ่งออกเป็น 2 โซน คือโซนล้านนา และโซนไทยภาคกลาง ซึ่งมีของประดับอยู่มากมายเต็มไปหมด ส่วนชั้น 3 ซึ่งเป็นชั้นบนสุดนั้นถูกใช้งานเป็นส่วนของสำนักงานและโรงเรียนสอนทำอาหารด้วย ซึ่งก็แบ่งเป็นห้องสาธิตและห้องปฏิบัติ ปันส่วนกันอยู่ในพื้นที่ที่มีอย่างจำกัดแต่อบอุ่นของตัวอาคาร บลู เอเลเฟ่นท์สาขากรุงเทพในปัจจุบันจึงเป็นมากกว่าแค่ภัตาคารทั่วไป หากแต่ยังเป็นส่วนหนึ่งที่ได้ร่วมอนุรักษ์แหล่งมรดกทางวัฒนธรรมแห่งนี้จนได้รับรางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่นจากสมาคมสถาปนิกสยาม และสืบทอดส่งต่อเรื่องราวของอาหารไทยให้เป็นที่รู้จักของชาวต่างชาติตลอดมาจนถึงปัจจุบัน

#สุดโปรด#ที่โปรดepisodeเที่ยวกัน#สถาปัตยกรรม#ประวัติศาสตร์#กรุงเทพ#BBL#BangkokBank#ธนาคารกรุงเทพ